พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นชาวจังหวัดสงขลา เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๔๖๓ ที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นบุตรของรองอำมาตย์โทหลวงวินิจทัณฑกรรม(บึ้ง ติณสูลานนท์)และนางวินิจทัณฑกรรม(ออด ติณสูลานนท์) เป็นบุตรคนที่ ๖ ในจำนวนพี่น้อง ๘ คน

จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ จากโรงเรียนมหาวชิราวุธ ปี ๒๔๗๘ ศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๗-๘ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สอบคัดเลือกศึกษาต่อที่โรงเรียนเทคนิคทหารบก(ปัจจุบันคือโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า) ปี ๒๔๘๑ รุ่นที่ ๕ สำเร็จการศึกษาเมื่อปี ๒๔๘๔

ร่วมรบในสงครามอินโดจีนระหว่างไทยกับฝรั่งเศสที่สมรภูมิปอยเปต ประเทศกัมพูชา ต่อมาเข้าสังกัดกองทัพพายัพร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ ๒ ระหว่างปี ๒๕๘๕-๒๕๘๘ ในสมรภูมิเชียงตุง 

หลังสงครามเข้ารับราชการในสังกัดกองพันทหารม้า ๔ จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อมาได้รับทุนไปศึกษาต่อที่โงเรียนยานเกราะ กองทัพบก สหรัฐอเมริกา ที่พอร์ตน็อกซ์ มลรัฐเคนักกี้ ปี ๒๔๙๕ จบแล้วกลับมารับตำแหน่งผู้บริหารที่ศูนย์ทหารม้า สระบุรี

ด้วยอุปนิสัยใจคอที่เป็นกันเอง ชอบใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า “ป๋า”กับผู้ใต้บังคับบัญชาหรือผู้มีอาวุโสน้อยกว่า คนสนิทจึงชอบเรียกท่านว่า “ป๋าเปรม”ตลอดมา

พลเอกเปรม รับราชการมีความเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับจนได้รับยศพลเอก พลเรือเอกและพลอากาศเอกจากพระราชทานโปรดเกล้าฯเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๙ ขณะเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยสุดท้าย นับเป็นสามัญชนคนเดียวที่ได้รับตำแหน่งจอมทัพของทั้ง ๓ กองทัพ

บทบาททางด้านการเมือง ปี ๒๕๐๒ เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ สมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติและสมาชิกวุฒิสภา ปี ๒๕๑๑-๒๕๑๖ สมัยรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ร่วมรัฐประหาร ๒ ครั้งคือสมัยพลเรือเอกสงัด ชะลออยู่ เมื่อ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ และ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๒๐

ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ๓ สมัย ตั้งแต่ปี ๒๕๒๓-๒๕๓๑

ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯเป็นองคมนตรี ประธานองคมนตรีและผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จนถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒ สิริรวมอายุ ๙๙ ปี

ในรอบกว่าศตวรรษที่ผ่านมายากจะหาคนดีที่มีคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองและแผ่นดินอย่างรัฐบุรุษ ประธานองคมนตรี นายทหารชาตินักรบ นักปกครอง ผู้ครองตนเป็นปูชนียบุคคลที่เพียบพร้อมทั้งคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มือสะอาด สุขุมนุ่มลึก ได้ชื่อว่าเป็นผู้ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวจนได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า “เตมีย์ใบ้” ผู้สร้างวลีที่คุ้นหูและเป็นกันเองกับสื่อมวลชนว่า “กลับบ้านเถอะลูก” บุรุษชายชาติอาชาไนยผู้มีความกตัญญูกตเวทีต่อแผ่นดินเกิด ผู้สร้างวลีอันลือลั่นข้ามยุคสมัยเพื่อกอบกู้จิตสำนึกอันดีงามต่อแผ่นดินเกิดว่า “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน”

อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ปลดปล่อยนกพิราบด้วยนโยบาย “การเมืองนำการทหาร”หรือ “ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๖๖/๒๕๒๓ เพื่อให้โอกาสผู้มีความคิดทางการเมืองแตกต่างกับรัฐบาลและถูกปราบปรามอย่างรุนแรงก่อนหน้านั้นกลับมาเป็น “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” เป็นการดับไฟสงครามกลางเมืองที่กำลังคุกรุ่นให้มอดดับลงจนปัจจุบัน

อดีตนายกรัฐมนตรีที่ได้ชื่อว่าสัตย์ซื่อมือสะอาด ต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นด้วยชีวิตจิตวิญญาณและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้คนโกงชาติบ้านเมืองมีทีอยู่ที่ยืนในสังคมบนแผ่นดินนี้

บัดนี้ รัฐบุรุษแห่งชาติ ประธานองคมนตรี ปูชนียบุคคลผู้อภิบาล ปกป้องแผ่นดิน สถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ฝ่าวิบากกรรมนานามาหลายยุคหลายสมัยได้สิ้นสุดพันธกิจอันทรงเกียรติและละจากโลกนี้ไปตามสัจธรรมของโลก ในวันวัยร่วมศตวรรษ เหลือไว้แต่คุณงามความดีและเจตนารมณ์ที่สูงส่งและดีงามเพื่อจรรโลงแผ่นดินให้สงบสุขด้วยสันติธรรมเพื่อส่งมอบไว้ให้ลูกหลาน อนุชนได้สืบทอดภารกิจของ “ผู้เกิดก่อนกาล”นามว่าพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ตลอดไป.

จรูญ หยูทอง

๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒

ในนามคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา