ยะลา – นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง คืบหน้า 85 – 95% คาดก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2562 พร้อมเปิดให้บริการมิถุนายน 2563 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 เวลา 14.00 น. ณ ท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา โดยมี นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน นายสมเกียรติ มณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนกรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมอุตุนิยมวิทยา บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และนายอนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง ร่วมการประชุม

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2558 เห็นชอบในหลักการโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตงเพื่อแก้ไขปัญหาด้านคมนาคม เนื่องจากการเดินทางทางถนนไปอำเภอเบตงมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันไม่สะดวกต่อการเดินทางประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายการพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงส่งเสริการเดินทางทางอากาศในพื้นที่เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคงของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเชื่อมโยงการบินไปสู่แหล่งท่องเที่ยวหรือเมืองทางเศรษฐกิจการค้าต่าง ๆ กับประเทศเพื่อนบ้าน

กรมท่าอากาศยาน (ทย.) กระทรวงคมนาคม ได้เริ่มก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง เมื่อปี 2559 วงเงิน 1,900 ล้านบาท มีความคืบหน้าร้อยละ 85 – 95 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2562 และเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายน 2563 สำหรับ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้จัดเตรียมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกการจราจรทางอากาศ เตรียมฝึกอบรมบุคลากร กรมอุตุนิยมวิทยา จะติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ ประมาณเดือนพฤษภาคม 2563

ภายหลังจากการก่อสร้างหอบังคับการบินแล้วเสร็จ กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการก่อสร้างทางเข้าท่าอากาศยานจากแยกทางหลวงหมายเลข 4326 ระยะทาง 850 เมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2562 ส่วนการขยายช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 4326 จากอำเภอเบตงไปถึงสามแยกยะรม ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร อยู่ระหว่างการออกแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้ใช้บริการท่าอากาศยานฯ

สำหรับการให้บริการของสายการบิน ทย. ได้ประสานงานกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ และนกแอร์ เพื่อพิจารณาเส้นทางบินตรงจากท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งใช้เวลา 1.40 ชั่วโมง หรือทำการบินแบบแวะพัก เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวทางภาคใต้ หรือทำการบินระหว่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์เดินทางมาท่องเที่ยวอำเภอเบตงเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ทย. อยู่ระหว่างการประสานงานกับสำนักงานการบินแห่งประเทศไทยเพื่อขอใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ และใบรับรองผู้จัดการสนามบินสาธารณะ และเขตปลอดภัยในการเดินอากาศของสนามบิน

ข้อมูลข่าวและภาพกิจกรรมกระทรวงคมนาคม โดย ปราโมทย์ บุตรศรี, ดริน ชัยเดช

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง