วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 แถลงการณ์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์  คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กรณีการรักษา น.ส.ภัทรธวดี  นิลอุปถัมภ์อาการแรกรับผู้ป่วย ผู้ป่วย น.ส.ภัทรธวดี  นิลอุปถัมภ์  HN 2188017 เป็นผู้ป่วยที่รับส่งตัวมาจากโรงพยาบาลทุ่งสง เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ด้วยเรื่องขาขาดเลือดทั้ง 2 ข้าง จากภาวะเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงขาอุดตัน

การรักษา จากการตรวจร่างกายที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ พบว่า มีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ตรงบริเวณหลอดเลือดแดงใหญ่ (Aorta) ส่วนล่าง และหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงขา (common iliac artery) ทั้ง 2 ข้าง แต่ยังพอมีเลือดบางส่วนมาเลี้ยงต้นขาได้ การประเมินเบื้องต้นพบว่า มีภาวะกล้ามเนื้อตายจากการขาดเลือดของขาทั้ง 2 ข้าง ตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงระดับน่อง (ความรุนแรงระดับ 3) มีภาวะกล้ามเนื้อขาขาดเลือดแบบรุนแรง ของกล้ามเนื้อต้นขาทั้ง 2 ข้าง แต่กล้ามเนื้อยังไม่ตาย (ความรุนแรงระดับ 2B) ร่วมกับมีภาวะสารพิษที่เกิดจากการตายของกล้ามเนื้อน่องทั้ง 2 ข้าง เข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณสูง (rhabdomyolysis)

ณ ขณะนั้นได้พูดคุยกับผู้ป่วยในเรื่องของการผ่าตัดรักษา ว่าต้องตัดขาส่วนที่กล้ามเนื้อตายไปแล้วทิ้ง เพื่อป้องกันภาวะสารพิษที่จะไหลเวียนเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้นซึ่งอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ ร่วมกับการผ่าตัดแก้ไขภาวะอุดตันของหลอดเลือดตรงบริเวณขาหนีบทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้เลือดสามารถมาเลี้ยงต้นขาทั้ง 2 ข้างที่เหลือได้ ดังนั้นจึงทำการผ่าตัดเอาสิ่งอุดตันออกจากเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงขา (bilateral common femoral artery embolectomy) และตัดขาบริเวณหัวเข่า (knee disarticulation)

ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 หลังจากผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ได้นำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในห้อง ICU เพื่อรักษาภาวะสารพิษที่เกิดจากการตายของกล้ามเนื้อ หลังจากภาวะดังกล่าวดีขึ้นจึงได้นำผู้ป่วยไปเย็บปิดแผลที่ขาทั้ง 2 ข้าง (above knee amputation) ให้เรียบร้อย ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2562 จากนั้นทำการตรวจหาสาเหตุของการอุดตันของหลอดเลือด พบว่าผลชิ้นเนื้อเป็นส่วนของมะเร็งเนื้อรก (presence of many abnormal cells in the emboli suggestive of trophoblastic cells)  ทำการตรวจหาการกระจายของเซลล์มะเร็ง พบว่ามีเซลล์มะเร็งกระจายไปที่ปอดด้านขวา และเนื้อสมองทั้ง 2 ข้าง จึงได้ปรึกษาสูตินรีแพทย์ แพทย์รังสีรักษาและศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือด มาร่วมทำการรักษา  โดยการให้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy)  และรังสีรักษาบริเวณศีรษะของผู้ป่วย

ขณะนี้อาการฟื้นตัวตามลำดับและไม่พบภาวะแทรกซ้อนจากการให้ยาและรังสีรักษา