สงขลา | สช.เร่งแก้ไขปัญหาการใช้ภาษาไทยรายบุคคล เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ภาษาไทย นักเรียนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการวิทยากรแกนนำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ค่ายพัฒนาภาษาไทย) ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2562 ณ โรงแรมไดอิชิ อำเภอหาดใหญ่ และโรงเรียนศาสนบำรุง อำภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยมีนายอาคม สุชาติพงษ์ ผอ.สช.จ.สงขลา เป็นประธานการเปิดการอบรม พร้อมด้วย ครูโรงเรียนเอกชน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 ซึ่งมีผลการเรียนประเมินการใช้ภาษาไทยระดับปรับปรุงของโรงเรียนศาสนบำรุงเข้ารับการอบรม

นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษา (เลขาธิการ กช.) กล่าวถึงการอบรมครั้งนี้ว่า เนื่องจากภาคใต้ จะใช้ภาษาถิ่นในการสื่อสารเป็นหลัก อีกทั้งบางครอบครัวจะไม่ใช้ภาษาไทยเลย เพราะจังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้ภาษาถิ่น คือภาษามาลายูในชีวิตประจำวัน ไม่ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร ทำให้เด็กขาดทักษะในการสื่อสารภาษาไทย หากเด็กเรียนแล้วเข้าใจ ก็จะไม่สามารถไปเรียนวิชาต่าง ๆ รวมทั้งใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ตลอดจนใช้ในการทำงาน หรือเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นต่อไป แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่ทิ้งภาษาถิ่นเพราะเป็นชีวิตประจำวัน

การอบรมในวันนี้ถือเป็นการขับเคลื่อนการแก้ปัญหา การใช้ภาษาไทยของนักเรียนในจังหวัดชายแดนใต้ระยะเร่งด่วน โดยเน้นการแก้ไขปัญหาเป็นรายบุคคลในนักเรียนกลุ่มที่มีผลการประเมินระดับปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ภาษาไทยของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ในจังหวัดชายแดนใต้ และพัฒนาการอ่าน การเขียน การฟังและการพูดภาษาไทยของนักเรียน ให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มคือ กลุ่มครู ประกอบด้วย บุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้ (พิจารณาผู้ที่มีศักยภาพเป็นวิทยากรแกนนำ โดย สช.จังหวัด) จังหวัดละ 6 คน ใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ รวม 30 คน และครูผู้สอนของโรงเรียนในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา จำนวน 11 คน และกลุ่มนักเรียน ประกอบด้วย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–3 ที่มีผลการประเมินการใช้ภาษาไทยระดับปรับปรุงของโรงเรียนศาสนบำรุง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา จำนวน 69 คน

“เราดำเนินการในลักษณะการเข้าค่ายพัฒนาภาษาไทยทั้ง 2 กลุ่ม ควบคู่กันตลอดการอบรม โดยคาดว่าจะสามารถพัฒนาผู้เรียนที่อยู่ในระดับที่ต้องปรับปรุงได้ทุกคน แต่หากมีนักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินในวันที่ 30 เมษายน 2562 หมายความว่าน่าจะเป็นกลุ่มที่มีปัญหาบกพร่องทางการการเรียนรู้ ซึ่งจะต้องอาศัยแพทย์ ในการให้ความช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มนี้ต่อไป”

ดังนั้นในการพัฒนาในช่วงปิดภาคเรียน ทุกโรงเรียนต้องเร่งสร้างความเข้าใจ และแสวงหาความร่วมมือในการแก้ปัญหาร่วมกับผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด ซึ่งครูแต่ละคนสามารถใช้วิธีการที่แตกต่างกันออกไปได้ นายชลำ อรรถธรรม กล่าว