‘วันปล่อยควาย’ หนึ่งเดียวในโลก…!
อบต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง
วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562
บอกเล่าโดย วานิช สุนทรนนท์

เกาะสุกรเป็นพื้นที่ที่มีควายอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันคาดว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 300 ตัว และวัวอีกจำนวนไม่น้อย

ตั้งแต่เริ่มฤดูการทำนาราวๆ เดือนกันยายน ที่มีการปลูกข้าวและปลูกแตงโมรุ่นแรกบนคันนา จนเก็บข้าวเสร็จ มีการปลูกแตงโมรอบสอง ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าของควายจะล่ามควายหรือไม่ก็ขังคอกเพื่อป้องกันไม่ให้ควายไปกินข้าวหรือแตงโมเหล่านั้น

จนกระทั่งเก็บแตงโมรอบสองเสร็จ หรือราวๆ วันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 หรือหลังจากนี้ไม่กี่วันซึ่งให้นับวันเก็บแตงโมเสร็จแล้วเป็นหลัก(ที่อาจจะเลื่อนวันเพราะต้องขึ้นกับฤดูกาลการปลูกแตงโมว่าจะสุกช้าหรือเร็ว) ชาวบ้านเกาะสุกรจะพร้อมใจกันปล่อยควายให้เป็นอิสระ

สายๆ วันนี้ นางราตรี จิตรหลัง นายก อบต.เกาะสุกรพร้อมคณะ ร่วมกับชาวบ้านหมู่ 2 และหมู่ 3 ประมาณ 50 คนได้จัดให้มีพิธีการปล่อยควายขึ้นเป็นปีแรก

ก่อนนี้เมื่อถึงห้วงเวลาปล่อยควายชาวบ้านผู้เป็นเจ้าของควายจะต่างคนต่างปล่อย แต่วันนี้เป็นการจัดกิจกรรมปล่อยควายพร้อมกันเป็นวันแรก

การปล่อยควายของเกาะสุกร เป็นการปล่อยควายให้มีอิสระอย่างแท้จริง หาหญ้าหาน้ำกินเอง รวมฝูงเอง เมื่อรวมฝูงได้แล้วสัก 4-5 วันนับจากนี้ ทุกตอนเช้าและตอนเย็นฝูงควายเหล่านี้จะลงเล่นน้ำทะเลเองขึ้นจากน้ำเองทุกวัน จนชาวบ้านที่นี่เรียกว่า ‘ควายทะเล’

พูดถึงการรวมฝูง จะเป็นไปโดยธรรมชาติ ควายกว่า 300 ตัวจะแบ่งออกเป็น 4-5 ฝูง แต่ละฝูงจะมีผู้นำของตัวเอง

การปล่อยควายแบบนี้จะใช้เวลานานถึง 5 เดือนโดยประมาณ หรือจนถึงฤดูกาลทำนาครั้งต่อไป เจ้าของควายก็จะจับแยกควายของใครของมันกลับเข้าคอก หรือนำกลับมาล่ามไว้เหมือนก่อนนี้

ถามว่า เมื่อควายหลายๆ ตัวไปรวมฝูงกันเจ้าของจะจำควายของตัวเองได้อย่างไร ผู้รู้เรื่องควายบอกว่า เจ้าของจะจำลักษณะควายของตัวเองได้ มีบ้างบางตัวที่อาจจะเติบโตขึ้นระหว่างการปล่อย แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาในการแยกควายออกจากฝูงเลย

ข้อดีของการปล่อยควาย มีหลายๆ ประการ แรกสุด เจ้าของควายก็อิสระด้วย ไม่ต้องมีภาระในเลี้ยงดูเพราะควายจะออกหากินเอง ประการสอง ควายแต่ละตัวจะมีอิสระ ไม่เครียด ประการสาม เป็นห้วงเวลาที่ควายจะมีการผสมพันธุ์กันอย่างอิสระ จึงไม่แปลกที่เมื่อถึงหน้านา เจ้าของควายจับควายเข้าคอกจะพบว่าควายสาวหลายๆ ตัวตั้งท้องกลับมาด้วย

การปล่อยควายเป็นกิจกรรมที่ชาวเกาะสุกรปฏิบัติมาแล้วหลายสิบปี แต่อาจจะเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับผู้คนจากพื้นที่อื่นๆ ท่ีไม่มีกิจกรรมดีๆ เช่นนี้