วันนี้

เปิดประวัติพี่หลวงคร พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี หรือ “พี่หลวงคร” อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่เปิดตัวจะสมัคร “นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่” ลองฟังแนวคิดจากเด็กคูเต่าสู่ว่าที่ผู้สมัครนายกทน.หาดใหญ่!

“พี่หลวง” เปิดเผยว่า ตนเป็นเด็กคูเต่า อ.หาดใหญ่ ช่วงวัยเด็กลำบากมาก พ่อแม่อาชีพทำนา ช่วยไถนาตั้งแต่เล็ก ได้เข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนวัดชลธานประสิทธิ์ และโรงเรียนคูเต่า ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ ต่อมาได้ย้ายมาเรียนมัธยมที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย(ญ.ว.) โดยระหว่างนั้นได้มาอาศัยอยู่ที่วัดหงษ์ประดิษฐาราม หรือ “วัดคอหงส์”
ประสบการณ์มีค่าหลาย ๆ อย่างที่ได้รับ ทำให้มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

หลังจากเรียนจบมัธยมได้สอบเข้าเป็นนักเรียนพลตำรวจที่โรงเรียนตำรวจภูธรภาค 9 แต่เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจนไม่มีเงินแม้แต่ค่าสมัครสอบเข้าตำรวจ ญาติพี่น้องจึงช่วยกันรวบรวมเงินและขอความช่วยเหลือชาวบ้านในหมู่บ้านหัวควาย จึงได้มีโอกาสหาเงินค่าสมัครสอบเข้าตำรวจ ผมจึงสำนึกในบุญคุณและตั้งใจเรียนจนเรียนจบมาได้อันดับ 1 ของรุ่นจากนั้น สอบเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 35 ระหว่างการทำงานได้ศึกษาต่อระดับปริญาโทรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต(เกียรตินิยมเหรียญทอง) จากสถาบัณบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) และเข้าอบรมหลักสูตร Post Blast Investigation Course 2006Baton Rauge ที่ Louisiana State ประเทศสหรัฐอเมริกา

จบมาทำงานครั้งแรกในตำแหน่งรองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสงขลา และรับราชการเติบโตในพื้นที่ภาคใต้มาโดยตลอด ตำแหน่งสำคัญ ๆ ที่ได้รับ อาทิ ผู้กำกับสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9, ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอหาดใหญ่, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และได้รับแต่งตั้งให้เป็น “ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว” คนแรกของประเทศไทย

แรงบันดาลใจชีวิตการเป็นตำรวจ ประการแรกตนเคยไปติดต่อราชการแห่งหนึ่งตอนเป็นเด็กแต่งตัวมอมแมมต้องการจะเรียนโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย(ญ.ว.) ก็ต้องไปขอเอกสาร ซึ่งเดินทางมาถึงส่วนราชการ8 โมงเช้าแต่ได้เอกสาร ตอน 5 โมงเย็น เห็นเจ้าหน้าที่เดินไปเดินมา แต่ไม่ทำเอกสารให้สักที เพราะเราแต่งตัว
มอมแมม รองเท้าไม่ได้ใส่ ก็ต้องนั่งรอนาน

ประการที่สอง ที่บ้านคูเต่า พ่อชอบขึ้นน้ำตาลโตนดเอามากินที่บ้าน ตำรวจคูเต่าก็ชอบมากินฟรีและตนต้องไปหากับแกล้มเป็นปลาแห้งที่วัด แต่อยู่มาวันหนึ่งปลาแห้งที่วัดหมด ตำรวจจับแม่ไก่ของตน ซึ่งเป็นแม่ไก่ชนกำลังนอนฟักไข่ ตนบอกไก่ผอม ตำรวจบอกว่าเครื่องในไม่ผอม และแล้วตำรวจก็เชือดคอไก่ต่อหน้า

ตนเสียใจมาก ตำรวจสมัยก่อนรังแกประชาชน จึงอยากแก้ไขวงการตำรวจตรงนี้ มันฝังใจมากเลยประการที่สาม วันหนึ่งเดินทางกลับบ้าน เด็กติดยาอยู่ ๆ มาล็อคคอเอาเงินไป 5 บาท สิ่งนี้ทำให้ตนต้องเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด และก็ทำได้ในที่สุด ฉะนั้นชีวิตของคนเราต้องมีแรงบันดาลใจและแรงขับเคลื่อน

“จากที่เรายากจน เคยทำนา ผมคิดว่าต้องตอบแทนบ้านเกิด ทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ผมเคยไถนาและสัญญาว่าไม่ไถประชาชน ผมเกิดที่นี่ ผมขอรับใช้พี่น้องประชาชนที่หาดใหญ่ ที่สำคัญผมไม่เคยโดนตั้งกรรมการสอบสวนในทุก ๆ เรื่อง และไม่เคยประพฤติร้ายแรง”