สงขลา : หลังทราบผลการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดสงขลา (อย่างไม่เป็นทางการ) ซึ่งรายนาม ส.ส.เปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ เก้าอี้ ส.ส. 8 ที่นั่งครั้งนี้ประชาธิปัตย์คว้าไป 3 ที่นั่ง ภูมิใจไทย 1 ที่นั่ง ส่วนพรรคที่มาแรงแซงเพื่อนคือ พลังประชารัฐ คว้าไปถึง 4 ที่นั่ง ผศ.ดร.บูฆอรี ยีหมะ อาจารย์ประจำสาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และ​สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ให้สัมภาษณ์ สงขลาทูเดย์ ไว้ดังนี้

ผศ.ดร.บูฆอรี ยีหมะ

ผศ.ดร.บูฆอรี ยีหมะ กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้มีผลออกมาเป็นที่ประหลาดใจของคนภาคใต้ ไม่คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะศูนย์เสียที่นั่งมากขนาดนี้ พอจะมองได้ 2 ปัจจัยด้วยกัน คือ ปัจจัยภายในพรรคประชาธิปัตย์เอง ซึ่งมีความขัดแย้งจากการเฟ้นหาว่าที่ ส.ส. ทั้งกรณี คุณเจือ ราชสีห์ อดีต ส.ส.เขต 1 และ คุณวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.เขต 3 ซึ่งมีความวุ่นวายจนกลายเป็นความขัดแย้ง

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายนอกของพรรค คือพี่น้องประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง ด้วยพรรคประชาธิปัตย์ครอบครองพื้นที่ภาคใต้มาอย่างยาวนาน แต่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่าพื้นที่ภาคใต้มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากหากพิจารณาในเกณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน ประชาชนมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นกระบอกเสียงที่จะมาแก้ปัญหาในพื้นที่ให้กับประชาชนได้ อดีตเป็นอย่างไรปัจจุบันยังคงเป็นอย่างนั้น

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานแล้วในเชิงเศรษฐกิจเองก็เช่นกัน ประชาชนมองว่าตัวแทน ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์นิ่งเฉยไม่ได้เป็นตัวแทนไปคุยกับ คสช. ในปัญหาราคายางพารา ราคาปาล์มน้ำมัน และปัญหาเรื่องการทำประมง มองว่าพรรคประชาธิปัตย์รอสัญญาณการเลือกตั้งครั้งใหม่ถึงจะดำเนินการ

กรณีที่พรรคพลังประชารัฐได้รับความนิยมในหลายเขตเลือกตั้งน่าจะสัมพันธ์กับภาวะเศรษฐกิจในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาที่มีผลทำให้รัฐบาล คสช. ได้นำเสนอนโยบายที่ประชาชนขานรับได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และพรรคพลังประชารัฐมีนโยบายที่จะสานต่อบัตรสวัสดิการนี้

“ผมว่าพลังประชารัฐออกนโยบายที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ มารดาประชารัฐ ค่าตอบแทนตามวุฒิการศึกษาต่าง ๆ นโยบายลักษณะนี้เป็นนโยบายที่เชื่อมโยงกับสภาพเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และคิดว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยเห็นว่านโยบายเหล่านี้น่าจะช่วยแก้ไข้ปัญหาเศรษฐกิจที่ประสบอยู่ได้”

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง