ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กว่า 1,000 คน เข้าร่วมงาน “50 ปี หนึ่งเดียว ม.อ.รวมช่อศรีตรัง” จัดโดยสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เมื่อวันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2562 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยในงานมีกิจกรรมการออกบูธแสดงผลงานจาก 5 วิทยาเขต การแสดงดนตรี “ศรีตรังแบนด์” การแสดงจากทุกวิทยาเขต ซุ้มอาหารเมนูเด็ดจากปักษ์ใต้ โต๊ะจีน การแสดงมุทิตาจิต คณาจารย์อาวุโส แฟชั่นโชว์โดยผู้บริหาร นักศึกษาและศิษย์เก่า การประมูลสิ่งของ การขับร้องเพลงโดยนักร้องรับเชิญ และการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน

นายสมพงษ์ เจริญสุข นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า เป็นการรวมตัวเพื่อความเป็นหนึ่งเดียวของประชาคมมหาวิทยาลัย ซึ่งมีความหลากหลายทั้งสาขาวิชาและสถานที่ตั้งของวิทยาเขต การพบกับคณาจารย์ ศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จ และเพื่อนำรายได้สมทบกองทุนช่วยเหลือศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ในด้านการศึกษา และด้านอื่นๆ โดยการมารวมตัวของศิษย์เก่าแต่ละสาขาวิชาในวันนี้เป็นสิ่งยืนยันได้ ถึงความสำเร็จและความร่วมมือในการจัดงานจากทุกฝ่าย จึงขอขอบคุณทุกท่าน ทั้งคณะผู้จัดงาน คณะกรรรมการศิษย์เก่า ผู้บริหาร ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และผู้ให้การสนับสนุนอื่นๆ ที่ทำให้งานในวันนี้ประสบความสำเร็จ และทุกท่านกลับไปพร้อมกับความทรงจำ

นายสมพงษ์ เจริญสุข

ด้าน ศาสตราจารย์ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กล่าวแสดงความยินดี ที่ได้เห็นการมารวมกันของศิษย์เก่า ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันยืนยันในความเป็นสถาบันที่มีศิษย์เก่าออกไปปฏิบัติหน้าที่ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างมาก เป็นการรวมพลังกันในเชิงสร้างสรรค์ซึ่งเราควรภาคภูมิใจ  โดยถือว่าเป็นโอกาสหนึ่งของผู้บริหารที่จะให้ศิษย์เก่าเข้ามามีบทบาทในการร่วมพัฒนามหาวิทยาลัยต่อไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ กล่าวเปิดงาน “50 ปี หนึ่งเดียว ม.อ. รวมช่อศรีตรัง” ว่างานนี้เป็นงานเฉลิมฉลองส่งท้าย 50 ปี การสถาปนามหาวิทยาลัยซึ่งครบรอบเมื่อปี 2561 และย่างเข้าสู่ปีที่ 51 ในปีนี้  เราได้รับนักศึกษารุ่นแรกซึ่งเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ในปี 2510 ซึ่งหลายท่านก็อยู่ในที่นี้ โดยนั่นเป็นความภาคภูมิใจครั้งแรก  หลังจากนั้นมหาวิทยาลัยได้ขยายวิทยาเขตออกไปยัง 5 จังหวัดภาคใต้ ทำให้มีศิษย์เก่าทำงานอยู่ครอบคลุมในพื้นที่ภาคใต้และทั่วประเทศ เป็นกำลังสำคัญในการร่วมพัฒนาประเทศในขณะนี้  

“ผมเชื่อแน่ว่าทุกท่านมีความภาคภูมิใจในคุณค่าของสถาบันแห่งนี้ และหวังว่าศิษย์เก่าซึ่งเป็นทุนสำคัญของมหาวิทยาลัยและช่วยพัฒนาประเทศในภาพรวม จะใช้โอกาสนี้ในการช่วยพัฒนามหาวิทยาลัยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นตามศักยภาพของตนเอง และขอให้ดำรงตนตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระราชบิดา ที่ให้ถือประโยชน์ของส่วนรวมสำคัญกว่าประโยชน์ส่วนตน”

 

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง