สงขลา – ชาวสวนสิงหนคร ดึง ม.อ. ศึกษา “มะม่วงเบา 100 ปี” ค้นหาเอกลักษณ์เฉพาะ พร้อมเดินหน้าพัฒนาเป็นสินค้าอัตลักษณ์ ต่อยอดการตลาดท่องเที่ยวเชิงนิเวศคู่กระแสเมืองเก่า

“มะม่วงเบาสิงหนคร มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่เปรี้ยวจัด เนื้อกรอบ เปลือกไม่หนาและไม่บางจนเกินไป” นายประทีป จันทโร หรือ “บ่าว” อายุ 46 ปีเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงเบา เล่ารสชาติของมะม่วงเบา

บ่าว เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นปลูกมะม่วงเบาว่า ตนเกิดและเติบโตที่ อ.สิงหนคร ตอนเล็ก ๆ เห็นต้นมะม่วงแล้ว เนื่องจากบรรพบุรุษ ตนทำมานานเกือบ 15 ปีแล้ว ก่อนที่จะมาทำสวนมะม่วง ตนทำอาชีพอยู่ในวงการเพาะเลี้ยงกุ้ง เกือบทุกวันจะลงสำรวจสวนมะม่วง เพื่อสังเกตโรคแมลงที่จะทำลายผลผลิต

ตนได้ไปเห็นทุเรียนหลง-หลินลับแล หรือข้าวสังข์หยดพัทลุง เห็นว่าสิ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่จึงกลับมาดูว่าที่บ้านมีอะไรบ้าง จนเห็นว่ามีทั้งมะม่วงเบาอยู่ ได้พยายามหาข้อมูลว่าจะทำอย่างไรให้สามารถจนเป็นพืช GI (Geographical Indication ) หรือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ได้

“หลังจากนั้นผมเริ่มกลับมาดูเรื่องตลาดและได้ทดลองเข้าไปในตลาด ช่วงแรกมีการแข่งขันที่สูงจึงพยายามเน้นเรื่องคุณภาพ สร้างจุดขายที่แตกต่างทำให้คนเห็นว่าหากคิดถึงมะม่วงเบาต้องที่สิงหนครเหมือนกับสับปะรดภูแล ทุเรียนหลง-หลินลับแล”

จุดขายอีกอย่างหนึ่งของมะม่วงสิงหนครคือ การพบต้นที่มีอายุมากที่สุดกว่า 100 ปี ซึ่งมีผลงานวิจัยรับรองอยู่โดยทีมจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ด้วยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ภูมิประเทศเป็นเมือง 2 ทะเล คือติดชายฝั่งทะเลและทะเลสาบสงขลา ทำให้ดินมีแร่ธาตุสมบูรณ์ มะม่วงจึงมีรสชาติดีแตกต่างจาก

การนำไปปลูกในพื้นที่อื่นจึงให้นักวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทดลองลักษณะเมล็ด ลักษณะผิว ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียกว่า มะม่วงสงขลา แต่จะมีการปลูกมากในคาบสมุทรสทิงพระ โดยเฉพาะ อ.สิงหนคร ซึ่งมีอยู่เกือบทุกซอย