วันที่ 12 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการปราศรัยของพรรคภูมิใจไทย ที่ จ.สงขลา บริเวณสนามกีฬากลางอำเภอนาทวี เพื่อช่วยนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ผู้สมัคร จ.สงขลา เขต 7 เบอร์ 1 มีประชาชนร่วมฟังปราศรัยกว่า 1 หมื่นคน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

การปราศรัยครั้งนี้ นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, ดร.นาที รัชกิจประการ เหรัญญิกพรรค, นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค, ดร.พะโยม ชิณวงศ์ ทีมยุทธศาสตร์, แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ, นายละม้าย เสนขวัญแก้ว ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ และนายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ และผู้สมัครระบบเขตของจังหวัดสงขลา เป็นการแนะนำตัวผู้สมัคร และนโยบายพรรคที่สำคัญในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ การแบ่งปันกำไรปาล์ม-ยางพารา, พักหนี้ กยศ., แก้กฎหมายประมง, นโยบายเมืองท่องเที่ยว, และยกระดับ อสม.,

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย และสะเดา หรือเขต 7 จังหวัดสงขลา เป็นเขตที่มีความสำคัญ เพราะเป็นแหล่งปลูกยางพารามากที่สุด ทั้งนี้ พรรคส่งครบทุกเขตในจังหวัดสงขลา ที่นาทวีแห่งนี้ พวกเราเดินทางมาเพื่อนำเสนอนโยบาย เราไม่เอาความขัดแย้ง ก่อนมาถึง ตนเชิญนายสิริโชค โสภา ขึ้นเวทีด้วยซ้ำ เราอยากให้การแข่งขันเป็นเรื่องของนโยบาย

พรรคของเรามีคนระดับ ดร.อยู่จำนวนมาก หากพรรคเราไม่ดีจริง คนเหล่านี้ คงไม่มาร่วมงานกับเรา ในทางการเมือง ถ้าเลือกเรามาเยอะ นโยบายของเรา ก็ยิ่งมีโอกาสนำไปใช้ เพราะหากใครต้องการเราไปร่วมรัฐบาล ต้องยอมรับนโยบายของเรา สำหรับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย หากได้ทำงานเป็นรัฐบาล ชาวสวนปาล์มจะขายปาล์มได้ 5 บาทต่อกิโลกรัม ชาวสวนยางจะขายยางได้ 70 บาทต่อกิโลกรัม

“มันเป็นไปได้อย่างไร ยางสามโลร้อย ทั้งที่ บริษัทรถขายดิบขายดี และยางรถก็ขายเพิ่มขึ้น ถุงมือยางก็ขายเพิ่มขึ้น แต่ทำไมราคายางตก เราต้องเปลี่ยนยางพาราเป็นยางพารารวย ยางเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ชาวสวนยางจน มันผิดหลักการ ชาวสวนยางต้องมีอำนาจต่อรอง คุณไม่ให้ราคาสูง เราเลิกผลิต มันถึงเวลาที่ชาวสวนยาง ต้องทำได้มากกว่าขายยาง เราจะทำโรงงานแปรรูปยางในชุมชนของพี่น้อง กรีดยาง แปรูป แล้วค่อยขาย..รวย”