ม.อ.ศึกษา‘มะม่วงเบา100ปี’ชาวสวนเล็งทำตลาดอัตลักษณ์คู่เมืองเก่า

ชาวสวนสิงหนคร ดึงม.อ. ศึกษา “มะม่วงเบา 100 ปี”ค้นหาเอกลักษณ์เฉพาะ พร้อมเดินหน้าพัฒนาเป็นสินค้าอัตลักษณ์ ต่อยอดการตลาดท่องเที่ยวเชิงนิเวศคู่กระแสเมืองเก่า

นายประทีป จันทโร หรือ “บ่าว” อายุ 46 ปีเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงเบา เล่าถึงจุดเริ่มต้นปลูกมะม่วงเบาว่า ตนได้ไปเห็นทุเรียนหลง-หลินลับแล หรือข้าวสังข์หยดพัทลุง เห็นว่าสิ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่จึงกลับมาดูว่าที่บ้านมีอะไรบ้าง จนเห็นว่ามีทั้งมะม่วงเบาอยู่ ได้พยายามหาข้อมูลว่าจะทำอย่างไรให้สามารถจนเป็นพืช GI (Geographical Indication ) หรือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ได้

หลังจากนั้น เริ่มกลับมาดูเรื่องตลาดและได้ทดลองเข้าไปในตลาด ในช่วงแรกมีการแข่งขันที่สูงจึงพยายามเน้นเรื่องคุณภาพ สร้างจุดขายที่แตกต่างทำให้คนเห็นว่าหากคิดถึงมะม่วงเบาต้องที่สิงหนครเหมือนกับสับปะรดภูแล ทุเรียนหลง-หลินลับแล

จุดขายอีกอย่างหนึ่งของมะม่วงสิงหนครคือ การพบต้นที่มีอายุมากที่สุดกว่า 100 ปี ซึ่งมีผลงานวิจัยรับรองอยู่โดยทีมจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ด้วยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ภูมิประเทศเป็นเมือง 2 ทะเล คอื ติดชายฝั่งทะเลและทะเลสาบสงขลา ทำให้ดินมีแร่ธาตุสมบูรณ์ มะม่วงจึงมีรสชาติดีแตกต่างจากการนำไปปลูกในพื้นที่อื่น

จึงให้นักวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทดลองลักษณะเมล็ด ลักษณะผิว ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียกว่ามะม่วงสงขลา แต่จะมีการปลูกมากในคาบสมุทรสทิงพระ โดยเฉพาะ อ.สิงหนคร ซึ่งมีอยู่เกือบทุกซอย

นายประทีป กล่าวต่อว่า ตนเกิดที่อ.สิงหนครมาก็เห็นต้นมะม่วงแล้ว เนื่องจากบรรพบุรุษ ตนทำมานานเกือบ 15 ปีแล้ว ก่อนที่จะมาทำสวนมะม่วง ตนทำอาชีพอยู่ในวงการเพาะเลี้ยงกุ้ง เกือบทุกวันจะลงสำรวจสวนมะม่วง เพื่อสังเกตโรคแมลงที่จะทำลายผลผลิต จัด เนื้อกรอบ เปลือกไม่หนาและไม่บางจนเกินไป”