ผลงาน “ชุดน้ำยาเรืองแสงและอุปกรณ์ใช้สืบสวนแบบพกพา” PSU-VisDNA kit ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วสำหรับการปฏิบัติภารกิจภาคสนาม ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูวดล ธนะเกียรติไกร, นางสาวเปรมกมล ต้นครองจันทร์ และนายกิตติรัตน์ ภู่พลับ ทีมนักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติระดับดีในงานวันนักประดิษฐ์ประจำปี 2562

ที่มาของนวัตกรรมนี้มาจากปัญหาจากการปฏิบัติงานของ ศูนย์พิสูจน์หลักฐานทางภาคใต้ ที่มักเกิดเหตุ อาชญากรรมและเหตุระเบิดบ่อยครั้ง แต่ในการลงพื้นที่เพื่อเก็บหลักฐานและดีเอ็นเอ ยังไม่มีวิธีที่ดีที่สุดที่จะเก็บดีเอ็นเอได้อย่างมีคุณภาพ มีแค่ 10-20% จากตัวอย่างที่เก็บมาทั้งหมดที่สามารถใช้ได้ ศูนย์พิสูจน์หลักฐานทางภาคใต้ จึงต้องการนวัตกรรมที่ช่วยให้มองเห็นดีเอ็นเอของคนร้ายในสถานที่เกิดเหตุว่ามีอยู่ในตำแหน่งใดบ้าง ซึ่งเดิมต้องใช้กับอุปกรณ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาแพงและจำกัดการใช้งานภายในห้องมืดเท่านั้น

ประกอบกับมีผลงานวิจัยเดิมของภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ที่เป็นการพัฒนาสารเรืองแสง ที่มีคุณสมบัติสามารถจับกับดีเอ็นเอ แล้วให้การเรืองแสงขึ้น แต่น้ำยาดังกล่าวใช้ตรวจปริมาณดีเอ็นเอในห้องแล็บระดับโมเลกุล ต้องใช้ในปริมาณน้อยและมีเครื่องเฉพาะ ยังไม่เคยมีใครนำมาทดลองใช้ในสเกลที่ใหญ่ขึ้นในรูปแบบของสเปรย์ที่สามารถตรวจวิเคราะห์และเห็นได้ด้วยตาเปล่า

คณาอาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์จึงได้พัฒนาอุปกรณ์ขึ้นมาเพื่อให้สามารถนำมาฉายในที่แจ้งได้ มีขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องใช้ห้องมืดและมีราคาถูก สามารถตรวจระบุตำแหน่งของวัตถุพยานชีวภาพทั้งจากคราบเลือด น้ำลาย อสุจิและดีเอ็นเอที่เกิดจากการสัมผัสได้ทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม เริ่มแรกมีการพัฒนาเป็นกระบอกไฟฉายแต่เมื่อนำไปเสนอกับผู้ใช้งานจริง พบว่ามีความต้องการให้มีขนาดเล็กลงอีก และเพิ่มทั้งตัวกรองและแหล่งกำเนิดแสงในตัว เพราะการใช้งานตัวเรืองแสงจำเป็นต้องมีแหล่งกำเนิดแสงทำหน้าที่กระตุ้นให้วัตถุพยานสามารถเรืองแสงก่อน จากนั้นจะมีฟิวเตอร์หรือตัวกรองแสงที่จะกระตุ้นเพื่อให้เห็นแสงที่มาจากการเรืองแสงเท่านั้น จึงพัฒนาอุปกรณ์ให้มีขนาดเล็ก มีตัวกรองอยู่ตรงกลาง มีแหล่งกำเนิดแสงเป็นวงรอบๆ ลักษณะเป็นทูอินวัน ทำให้การใช้งานง่ายขึ้น ราคาถูกลง สามารถกระจายการใช้งานให้กับเจ้าหน้าที่ได้จำนวนมากขึ้น เกิดความสะดวกรวดเร็วในการทำงานมากขึ้น

อุปกรณ์ที่ใช้ตรวจสอบดีเอ็นเอนั้น จากเดิมต้องนำเข้า 1 ล้านบาท แต่ผลงานชิ้นนี้สามารถผลิตออกมาใช้งานได้ในราคา 2,000 บาทและใช้งานได้สะดวกรวดเร็วกว่าแบบเดิมที่มีขนาดใหญ่และต้องใช้ในห้องมืดเท่านั้น ส่วนตัวสเปรย์เรืองแรงถือเป็นนวัตกรรมที่ยังไม่มีใครเคยทำมาก่อน และขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองใช้งาน

ความท้าทายต่อไปของงานวิจัยนี้ คือ การพัฒนาสเปรย์สำหรับใช้ในพื้นที่มีสีเขียว เพื่อให้เห็นคราบดีเอ็นเอ เป็นข้อจำกัด ที่ยังไม่มีใครสามารถทำได้ รวมทั้งในวัสดุโปร่งใสและโปร่งแสง ซึ่งเป็นปัญหาทางทฤษฎี ส่วนอุปกรณ์อาจจะต้องปรับความยาวของคลื่นแสงใหม่

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง