“เนาะห์ อามีเนาะห์” สาวปัตตานีทิ้งงานราชการมั่นคง ลุยทำ “วานิต้า” ธุรกิจเพื่อสังคม หวังสร้างรายได้-เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้หญิง 3 จังหวัด

“เนาะห์” นางสาวอามีเนาะห์ หะยิมะแซ ประธานวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคมวานีตา เผยแนวคิดการทำธุรกิจบนพื้นฐานของการให้ว่า WANITA (วานิตา) เป็นกลุ่มวิสาหกิจเพื่อชุมชนที่จดทะเบียนขึ้น โดยก่อนนั้นเป็น “องค์การอ็อกแฟม” ทำงานกับผู้หญิงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เจอเหตุการณ์ร้าย เช่นผู้หญิงที่เสียสามีจากการถูยิง ซึ่งปัญหาใหญ่คือ เมื่อเสียหัวหน้าครอบครัวทำให้ไม่มีรายได้ ศูนย์เสียความเป็นตัวเอง บางคนเมื่อสามีเสียชีวิตกลายเป็นโรคซึมเศร้า อ็อกแฟมไปหนุนเสริมในส่วนนี้

“เนาะห์” เกิดและเติบโตที่จ.ปัตตานี เรียนจบด้านบัญชีจากการเรียนทางไปรษณีย์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช ก่อนหน้าที่มาเป็นประธานวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคมวานีตา เป็นพนักงานราชการ แต่ด้วยกรอบความคิดแบบข้าราชการทำให้ ไม่สามารถใช้ความสามารถที่ตนมีให้เป็นประโยชน์ได้ จึงเริ่มอยากลงมือทำสิ่งใหม่ๆ

“เพื่อนมาแนะนำให้รู้จักกับ Oxfam ซึ่งเป็นองค์การที่ต้องการช่วยเหลือสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ เค้ามีโปรเจ็กต์อยากลงพื้นที่มาช่วยเหลือผู้หญิงที่3 จังหวัด”

ตอนนั้นมีเวลาให้โครงการนี้แค่ 18 เดือน แต่ก็ตัดสินใจทิ้งเงินเดือน อาชีพข้าราชการที่มั่นคงมาช่วยโปรเจ็กต์นี้ เพราะมองว่าท้าทาย เป็นโอกาสดีๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนในพื้นที่ 3 จังหวัดเริ่มต้นโครงการรับผิดชอบคือ เป็นเจ้าหน้าที่โครงการด้านการเงิน รู้สึกสนุก เพราะช่วงแรกออฟฟิศวานีตาเป็นเหมือนพื้นที่เวิร์กกิ้ง สเปซ สำหรับผู้หญิงมาคุยกัน ใครมีปัญหามาปรึกษากัน ต่อมาเกิดไอเดียว่าต้องขายของ ซึ่งก่อนหน้านั้นมีการขายอยู่แล้ว ขายผ่านเว็บไซต์ เพจ แต่เล็กๆ น้อยๆ จึงต้องจริงจังขึ้นมา

ผ่านไป 18 เดือน วันนี้วานิต้ามีสินค้าจากกลุ่มแม่บ้าน 56 กลุ่มซึ่งทั้ง 56 กลุ่มได้งบประมาณ 50,000 บาท เพื่อนำไปต่อยอดสร้างผลิตภัณฑ์ โดยวันนี้สินค้าประกอบไปด้วยอาหาร งานจักรสาน งานกระจูด ฯลฯ เมื่อโครงการ 18 เดือนจบลง แต่จะต้องอยู่ต่อ อ็อกแฟมบอกว่า ต้องโตด้วยตัวเอง จึงต้องเริ่มทำธุรกิจอย่างจริงจัง ต้องเลือกสินค้า 1 ชิ้นมา

“พวกเราตัดสินใจกันว่า เลือกกล้วยหินกรอบแก้ว เพราะเป็นของทานเล่นกินง่าย มีเอกลักษณ์รสชาติอร่อย ใครทานก็ติดใจ ที่สำคัญเราทอดด้วยน้ำมันมะพร้าวการอบไล่น้ำมัน เพราะใส่ใจในคุณภาพและสุขภาพของผู้บริโภค”

เนาะห์ เล่าว่า “วานิต้า” เติบโตจากเดิม วันนี้เธอทำหน้าที่บริหารจัดการทุกอย่างในองค์กร โดยมีน้องอีก 2 คนเป็นผู้ช่วย การทำธุรกิจเพื่อสังคมเป็นความ
ท้าทายอย่างหนึ่ง ถ้าสามารถทำให้กลุ่มคนที่มีรายได้แค่ 2,000 – 3,000 บาทต่อเดือนใหม่มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่นต่อเดือน นั้นหมายความชาวบ้านไม่ต้อง
ย้ายไปใช้แรงงานในเมือง สามารถอยู่ในหมู่บ้าน เมื่อธุรกิจโตขึ้นหมู่บ้านสามารถดึงคนที่ ว่างงานเข้ามาทำงานเพิ่มได้อีก ไม่ใช่งานที่มีความมั่นคงแต่รู้สึกว่าทำแล้วมีความสุขมากกว่า เป็นความสุขที่สัมผัสได้จริง

ร่วมขับเคลื่อนปฏิบัติการความดีได้ที่  WANITA

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง