‘จิบนน้ำชา’กระตุ้นเศรษฐกิจ! สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯรุก 4 โครงการดันท่องเที่ยว

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จ.สงขลา ผนึกเครือข่ายภาคเอกชน ถกหาวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจ เรียกร้องรัฐ-ท้องถิ่นลงทุนสาธารณูปโภค

26 ม.ค. 62 ที่ โรงแรมบุรีศรีภู บูติกโฮเต็ลหาดใหญ่ จ.สงขลา สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จ.สงขลา จัดกิจกรรม “จิบชา หาวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจ หาดใหญ่-สงขลา” ร่วมการพูดคุย หารือ แลกเปลี่ยนจากองค์กรเศรษฐกิจเอกชน สถาบันทางวิชาการ และสื่อสารมวลชน กว่า 20 คน เพื่อเป็นเวทีสบาย ๆ จิบชาแลกเปลี่ยนทัศนคติ

นายพิชัย จงไพรัตน์ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จ.สงขลา และเลขาธิการสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยภาคใต้ กล่าวว่า สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดสงขลาเป็นองค์กรเอกชนจิตอาสา ที่รวมบุคคลผู้มีอุดมการณ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการ SMEs ในจังหวัดสงขลา และ 5 จังหวัดชายแดนใต้

โดยจัดชุดโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2562 ขึ้นเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ ผู้ประกอบการ SMEs และคาดหมายผลลัพธ์จากการดำเนินการว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

กิจกรรมระยะสั้น 6 เมษายน 2562 ณ อ.หาดใหญ่จ.สงขลา จัดประชุมสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยทั่วประเทศการนำสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยทั่วประเทศ สร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ โดยการเจรจาธุรกิจ (BusinessMatching) นำสินค้าไปจำหน่ายทั่วประเทศ

และวันที่ 7 เมษายน จัดกิจกรรม “Hatyai Run Together” วิ่งกระตุ้นเศรษฐกิจ เชิญชวนชาวหาดใหญ่ชาวไทยและต่างประเทศ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจากทั่วประเทศ ตลอดจนหน่วยงาน SMEs ในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย วิ่งผ่านย่านธุรกิจกลางเมือง
หาดใหญ่ ศูนย์กลางทางการค้าของภาคใต้ อันขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของไทย

กิจกรรมระยะกลางและยาว เดือนเมษายน เป็นต้นไป ณ จ.สงขลา

1. โครงการ 7 วันมหัศจรรย์สงขลา 7 Days Amazing Songkhla และ

2. SME Shop ร้านจำหน่ายสินค้า และทำการตลาดสินค้า 5 จังหวัด จชต.การจัดกิจกรรมจิบชาครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกองค์กร เกิดแนวคิดอยากเห็นสิ่งที่เป็นรูปธรรม

จากโครงการนี้ โดยเชิญชวนองค์กรประกาศเจตนารมณ์การสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ แก่หาดใหญ่-สงขลาในปี 2562

ตลอดจนภาคเอกชนรวมตัวเป็นเครือข่าย เพื่อติดตามการทำงานและเสนอแนะให้ความคิดเห็นแก่ภาครัฐ เพราะภาคเอกชนไม่สามารถทำอะไรได้ หากภาครัฐไม่ให้การสนับสนุน โดยเฉพาะการส่งเสริมด้านด้านสาธารณูปโภคที่เหมาะสมจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ อาทิ ถนนหนทาง, ห้องน้ำ, แสงสว่าง รวมถึงความสะอาด และความปลอดภัย ซึ่งจะสร้างโอกาสให้นักธุรกิจภาคเอกชนข้ามาลงทุนในพื้นที่

“หวังว่าชุดโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะเป็นแบบอย่างให้องค์กรอื่นๆ จัดกิจกรรมเช่นนี้ และขอเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้องค์กรอื่นในการร่วมมือผนึกเครือข่ายสู่การพัฒนาจังหวัดสงขลาต่อไป” นายพิชัย กล่าว

นายภูวสิษฏ์ สุขใส บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ภาคใต้โฟกัส กล่าวว่า ในฐานะสื่อมวลชนและสัมผัสกับเรื่องเศรษฐกิจมาโดยตลอด กิจกรรมจิบน้ำชาครั้งนี้ มองว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ขอชื่นชมสมาพันธ์ฯ ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับจังหวัดสงขลาในสภาวะเช่นนี้
สิ่งสำคัญของการพัฒนาคือ Action และการสื่อสาร สร้างกระบวนการทั้งสองส่วนเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง จัดทำโรดแมปเกี่ยวร้อยทุกภาคส่วนก้าวเดินไปพร้อมกัน ภายใต้วิกฤตเรามีโอกาสใหม่ๆ มากมาย 

พลตรี นิพนธ์ รองสวัสดิ์ ที่ปรึกษาผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กล่าวว่า ในพื้นที่หาดใหญ่ พยายามหาวิธีช่วยกันให้บ้านเมืองปลอดภัย สร้างความร่วมมือ ความสามัคคี เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ เมื่อประสบความสำเร็จแล้วความร่วมมือในภาพรวมจะตามมาในส่วนของภาครัฐต้องให้การสนับสนุนนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการเดินหน้าไปได้ เช่นเดียวกับหน่วยงานท้องถิ่นที่ต้องส่งเสริมให้ผู้นำท้องถิ่นที่ให้สนับสนุนผู้ประกอบการ รวมทั้งหาดใหญ่ต้องค้นหาตัวตนจุดขายของตัวเองให้ได้ เพื่อให้หาดใหญ่กลับมาบูมอีกครั้ง

นางสาวศิริวรรณ ผ่องเสริมสุข นายกสมาคมเอสเอ็มอีจังหวัดสงขลา กล่าวว่า หาดใหญ่ความเจริญกระจุกอยู่เฉพาะในเมือง ซึ่งการพัฒนาบ้านเมืองเป็นไปได้ยาก หากภาคเอกชนทั้งออกแรงและลงทุน Infrastructure แม้ลงทุนแล้วก็ต้องได้รับความยินยอมจากหน่วยงานท้องถิ่นด้วยฉะนั้น หน่วยงานท้องถิ่นควรมีนโยบายที่ชัดเจนว่าไปในทิศทางใด พื้นที่บริเวณไหนที่ส่งเสริมให้ภาคเอกชนลงทุนด้านไหน ควรแบ่งโซนนิ่งให้ชัดเจน อาทิโซนที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งทำให้นักลงทุน หรือผู้ประกอบการไม่หลงทางและก่อให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ภาคธุรกิจที่รวมตัวกันเป็นองค์กร ซึ่งมีพันธกิจของตนเองที่ต้องขับเคลื่อน
แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลยคือ การให้ความร่วมมือกัน ซึ่งวันนี้เป็นการจุดประกายที่ดี เปรียบเสมือนครอบครัวขนาดใหญ่มีพี่น้องหลายคน มีคุณพ่อ คุณแม่เป็นคนชี้นำเป็นศูนย์กลางให้พี่น้องทำงานร่วมกันได้

ดร.สมพร สิริโปราณานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายเมืองเพื่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคใต้ (SCCCRN) กล่าวว่า ทุกคนจะต้องช่วยกันขยับ โดยเฉพาะองค์กรที่มีคนรุ่นใหม่ มีความคิดสร้างสรรค์ องค์กรไหนพร้อมก็เดินหน้าก่อน พวกเราเดินตามคอยสนับสนุน ให้กำลังใจและขอมีส่วนร่วมด้วย“เรื่องเศรษฐกิจหาดใหญ่พูดคุยกันหลายครั้ง สิ่งสำคัญคือการลงมือทำฉะนั้น เราต้องพึ่งตัวเอง ใครถนัดอะไรก็ทำสิ่งนั้น ขอให้มีเวทีแบบนี้บ่อยๆ ช่วยกันบอกเล่าให้รู้กันว่ากำลังทำอะไร ขีดเส้นชัยเดินไปพร้อมกัน” ดร.สมพร กล่าว

นายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ นายกสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา กล่าวว่า กลุ่มหรือองค์กรในหาดใหญ่เปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง ลูกๆ หลายคนมีความคิดแตกต่างกัน การที่จะสามัคคีและเดินด้วยกันได้ ไม่ใช่อยู่ที่ลูกเพียงอย่างเดียว ต้องขึ้นอยู่กับพ่อแม่ด้วย ต้องชี้นำให้ความเป็นธรรม ฉะนั้น หากผู้ใหญ่ลงมาดูแลหลายๆ อย่างก็สามารถเดินหน้าไปได้