ผลสำรวจความคิดเห็นหรือโพลล์ต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ของ “หนังสือพิมพ์โฟกัสภาคใต้” ซึ่งเผยแพร่ในฉบับวันที่ 14-20 มกราคม 2562 ทั้งในสื่อสิ่งพิมพ์และทางออนไลน์ นับว่ามีความน่าสนใจเมื่อพบว่า 80% ของผู้ตอบแบบสอบถาม 1,543 ชุด ตอบว่า เศรษฐกิจเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่ต้องการให้รัฐบาลใหม่แก้ไข และที่น่าสนใจไม่น้อยเช่นเดียวกันคือ โพลล์นี้ระบุว่า คะแนนความนิยมที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ลดลง แตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ

ผลโพลล์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยที่สำคัญ 2 ประการ ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในเร็ววันนี้คือ ปัจจัยทางเศรษฐกิจกับปัจจัยทางการเมือง อันเป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ออกแบบระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม โดยใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวแต่ได้ส.ส. 2 ประเภทคือ ระบบเขตและบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ ลิสต์ ทำให้ความคิดทางการเมืองของคนภาคใต้ (ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากทีเดียว

เศรษฐกิจภาคใต้วิกฤติหนักกว่าปี 2540
การเลือกตั้งเมื่อปี 2544 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ “โรคต้มยำกุ้ง” ซึ่งเริ่มต้นในปี 2540 และยังคงขยายตัวต่อเนื่องในปีเลือกตั้ง 2544 ทำให้ผลการเลือกตั้งเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่เกือบทั้งประเทศ แต่กลับมียกเว้นเพียงที่เดียวคือ ภาคใต้ เมื่อพรรคไทยรักไทย ที่มีทักษิณ ชิณวัตร เป็นหัวหน้าพรรคชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในขณะที่ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ยังคงผูกขาดความนิยม จากผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2535 ครั้งที่ 2 (2535/2)

วิกฤติต้มยำกุ้ง ทำให้ธุรกิจล้มระเนระนาดจำนวนมาก มีคนตกงานเป็นตัวเลขที่สูงยิ่ง เด็กนักเรียนออกจากโรงเรียนกลางคันไม่น้อยเนื่องจากผู้ปกครองไม่มีกำลังที่จะส่งเสียให้เล่าเรียนต่อไปได้ แต่วิกฤติเศรษฐกิจระดับชาติที่เกิดขึ้นนี้กลับไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้มากมายนัก เพราะเมื่อพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่า ในช่วง 20 ปีที่แล้ว เศรษฐกิจของภาคใต้ที่พึ่งพาภาคเกษตรโดยเฉพาะยางพาราและประมง ราคายางพาราในช่วงปี 2544 (ตัวเลขที่ค้นได้จากเว็บของการยางแห่งประเทศไทยย้อนไปได้แค่ปี 2544) ยางแผ่นดิบเฉลี่ยกิโลกรัมละประมาณ 23 บาท ซึ่งเป็นราคาปกติในช่วงเวลานั้น และ
เมื่อเทียบกับภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ราคานี้ไม่ได้ส่งผลกระทบมากมายนัก หรือชาวสวนยางสามารถอยู่ได้นั่นเอง เพราะเงินเดือนข้าราชการแรกบรรจุระดับปริญญาตรี เริ่มต้นที่ 6,020 บาท ในขณะที่ราคาทองคำถูกกว่าอัตราเงินเดือนข้าราชการปริญญาตรีบรรจุใหม่ อยู่ที่บาทละประมาณ 5,000 บาทเท่านั้นเอง

อีกทั้ง เมื่อ 20 ปีที่แล้ว คนใต้ยังมีค่านิยมรับราชการ บัณฑิตเรียนจบมุ่งเน้นรับราชการ การทำงานภาคเอกชน โดยเฉพาะการประกอบธุรกิจส่วนตัวเป็นเจ้าของกิจการเองเช่นปัจจุบันนี้ยังไม่แพร่หลายมากนัก วิกฤติต้มยำกุ้งจึงส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ไม่มากนัก มีผลต่อความคิดทางการเมืองทำให้ประเด็นปัญหาทางเศรษฐกิจไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจทางการเมือง นโยบายของพรรคไทยรักไทยที่มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งถูกมองว่าเป็นนโยบายประชานิยม ไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกของคนใต้แตกต่างจากคนภาคอื่นๆ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานที่เลือกพรรคไทยรักไทยอย่างถล่มทลาย

ขณะที่ในปัจจุบัน หลังการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการขึ้นมามีอำนาจบริหารประเทศนำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ทั่วประเทศเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจไม่เว้นแม้กระทั่งภาคใต้ เศรษฐกิจของภาคใต้ที่พึ่งพายางพาราประสบปัญหาในด้านราคาที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ ปัจจุบันราคายางแผ่นดิบเฉลี่ย กิโลกรัมละ 40 บาท ราคาทองคำเฉลี่ย บาทละ 20,000 บาท เงินเดือนข้าราชการแรกบรรจุในระดับปริญญาตรี 15,000 บาท

ในขณะเดียวกัน การขยายตัวของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันคนหนุ่มสาวที่เรียนจบแล้วมีความนิยมในการประกอบธุรกิจส่วนตัวเพิ่มมากขึ้น

ก่อนที่จะเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในยุครัฐบาลคสช. การค้าขาย การประกอบธุรกิจในพื้นที่ภาคใต้มีความคึกคักไม่น้อย สินค้าเกษตรอย่างยางพาราที่เคยมีราคาสูงเฉลี่ยกิโลกรัมละเกิน 100 บาท ในยุคสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยกันอย่างกว้างขวาง เช่น รถจักรยานยนต์ รถยนต์กระบะ เป็นหนึ่งในสินค้าที่ขายดีเป็นอย่างมาก แต่ปัจจุบันเมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจการจับจ่ายใช้สอยที่เคยเกิดขึ้นอย่างคึกคักก็ซบเซาลงอย่างหนัก

รธน.-ระบบเลือกตั้งใหม่เพิ่มผู้เล่นในเวทีการเมืองรัฐธรรมนูญ 2540 แม้มีการออกแบบระบบเลือกตั้งใหม่ที่แตกต่างจากเดิมในการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ คือ มีส.ส. 2 ประเภทคือ ระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ ลิสต์ โดยมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบแยกออกจากกัน แต่ก็ไม่ได้จูงใจให้เกิดพรรคการเมืองใหม่ๆ มากมายที่พร้อมจะเป็นตัวเลือกให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ เพราะไม่ว่าจะเป็นระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ คณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญออกแบบโดยมีใจโน้มเอียงให้พรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่มีทรัพยากรมากทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร ชนะเลือกตั้งมากกว่าพรรคการเมืองขนาดเล็ก ซึ่งรวมถึงพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ เนื่องจากคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องการเห็นการเมืองไทยขยับเข้าไปเป็นการเมืองในระบบ 2 พรรคแบบอังกฤษ หลังจากที่ผ่านมาเป็นระบบหลายพรรคมาโดยตลอด ซึ่งคณะผู้ร่างเห็นว่าระบบหลายพรรคมีปัญหาด้านเสถียรภาพ ฝ่ายบริหารยากที่จะผลักดันนโยบายที่ใช้ตอนหาเสียงแล้วแปลงเป็นนโยบายรัฐบาลได้

ในขณะที่รัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบระบบเลือกตั้งที่เรียกว่า “ระบบจัดสรรปันส่วนผสม” แม้ว่ายังมี
ส.ส. 2 ประเภทคือ ระบบเขตและระบบปาร์ตี้ลิสต์ แต่ความแตกต่างอยู่ที่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งมีบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียวในการเลือกผู้สมัครในระบบเขต ซึ่งคะแนนจะถูกนำไปคำนวณหาผู้ชนะในระบบปาร์ตี้ลิสต์ด้วย

การออกแบบระบบเลือกตั้งเช่นนี้ มีส่วนอย่างสำคัญในการเกิดพรรคการเมืองจำนวนมากเพื่อส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ เพราะทุกพรรคต่างหวังคะแนนเสียงที่ทุกคะแนนล้วนมีค่า แม้ว่าจะไม่ชนะในระบบเขต แต่คะแนนจะถูกนำไปคำนวณหาผู้สมัครในระบบปาร์ตี้ลิสต์

ยกตัวอย่าง ในพื้นที่จังหวัดสงขลา การเลือกตั้งเมื่อปี 2544 คู่แข่งสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์มีเพียง
พรรคไทยรักไทย การเลือกตั้งครั้งต่อๆ มา ก็ไม่ต่างกันเช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ภาคใต้เกือบทั้งหมด แต่ในการเลือกตั้งปี 2562 นี้ มีพรรคการเมืองใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากที่อาสาแข่งขันแย่งที่นั่งกับพรรคประชาธิปัตย์ เช่น ภูมิใจไทย ไทยรักษาชาติ พลังประชารัฐ รวมพลังประชาชาติไทย ประชาชาติ เป็นต้น นักสังเกตการณ์ทางการเมืองคาดหมายว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ภาคใต้ในหลายเขต หลายจังหวัด จากพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมากที่เสนอให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้มีตัวเลือกมากกว่าในอดีต

คนรุ่นใหม่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองภาคใต้
คนรุ่นใหม่ (New Generation) หรือ นิว เจน มีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก ทั้งในหมู่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งและในส่วนของผู้สมัครสังกัดพรรคต่างๆ จนอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีการเลือกตั้งครั้งใดๆ ก่อนหน้านี้ที่คนรุ่นใหม่จะให้ความสนใจมากมายเท่ากับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น

โพลล์ของหนังสือพิมพ์โฟกัสภาคใต้ มีผู้ตอบแบบสอบถามเกินครึ่ง (55.5%) อยู่ในวัยคนหนุ่มสาว โดย 47% มีอายุระหว่าง 26-35 ปี และ 8.5% อายุระหว่าง 18-25 ปี นั่นหมายความว่า 8.5% ยังไม่เคยใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งว่างเว้นมานานถึง 8 ปีแล้ว การเลือกตั้งครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 2554 (ไม่นับปี 2557 ที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ เพราะถูกต่อต้านจากกลุ่มกปปส.) คนกลุ่มนี้จึงสัมผัส ซึมซับกับ
บรรยากาศทางการเมืองในขณะนี้ที่มีพรรค และผู้สมัครรับเลือกตั้งจำนวนมาก โดยที่พวกตนยังไม่ได้ผูกพันกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง โดยเฉพาะกับพรรคประชาธิปัตย์

ส่วนกลุ่มอายุ 26-35 มีประสบการณ์การเลือกตั้งมาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง ได้สัมผัสกับบรรยากาศทางการเมืองและรับรู้การดำเนินงานของพรรคการเมืองที่ตนเลือกและไม่เลือก ได้เห็นการทำงานของพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านในช่วงเวลานั้น เสียงของคนรุ่นใหม่เหล่านี้ย่อมสะท้อนถึงคำตอบต่อคำถามของโพลล์ที่ว่า “ท่านมีพรรค/ผู้สมัครที่จะเลือกแล้วหรือยังโดยเป็นพรรค/ผู้สมัครเดิมหรือไม่” ปรากฏว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คือ 42% จะ “เลือกพรรคใหม่ และผู้สมัครคนใหม่” มีเพียง 14% เท่านั้นที่จะ “เลือกพรรคและผู้สมัครคนเดิม”

คำตอบดังกล่าว จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจว่า ในกลุ่มคนรุ่นใหม่จะตัดสินใจเลือกผู้สมัครและพรรคการเมืองที่แตกต่างจากคนรุ่นพ่อแม่ การเมืองภาคใต้จึงอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการเลือกตั้งครั้งนี้

“นโยบายพรรค”ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือก

ในอดีต นโยบายพรรคไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกของคนภาคใต้ ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ความรู้สึกผูกพันกับพรรค (Party Identification) ความผูกพันที่มีมาอย่างยาวนานกับพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้งแบบผูกขาดมาโดยตลอด นับตั้งแต่ปี 2535 แต่ในการเลือกตั้งครั้งที่จะมีขึ้นนี้ นโยบายพรรคน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญเข้ามาแทนที่ โพลล์ของหนังสือพิมพ์โฟกัสภาคใต้ถามว่า “กรณีที่ท่านเป็นผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก มีแนวทางจะเลือกตั้งอย่างไร” ปรากฏว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ 58.7% จะ “เลือกเพราะนโยบายตรงใจ” มีเพียง 25.4% เท่านั้นที่จะ “เลือกเพราะความคุ้นเคยหรือรู้จักมักคุ้นกับพรรคการเมืองนั้นๆ มาก่อนอย่างยาวนาน”

ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า ในการเลือกตั้งปี 2544 พรรคไทยรักไทย ซึ่งเสนอนโยบายโดยเฉพาะนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้น ปรากฏว่า ชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเกือบทั้งประเทศ มีเพียงพื้นที่ภาคใต้เท่านั้นที่ไม่ขานรับนโยบายของพรรคไทยรักไทย แต่ในการเลือกตั้งครั้งที่จะมีขึ้นนี้ น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งน่าจะมีมุมมองทางการเมืองหรือแนวทางในการเลือกที่ในทางวิชาการเรียกว่า แนวทางการตัดสินใจเลือกอย่างมีเหตุมีผล (Rational Choice Approach) แนวทางนี้เชื่อว่า กิจกรรมหรือการกระทำต่างๆ ของคนเรานั้น ล้วนเกิดขึ้นจากการครุ่นคิด ไตร่ตรองแล้วจึงตัดสินใจกระทำอย่างมีเหตุมีผล ตั้งแต่เรื่องง่ายๆ ที่เป็นพื้นฐานของมนุษย์ เช่น การกิน ดื่ม จับจ่ายใช้สอย ไปจนถึงกิจกรรมสำคัญๆ ที่มีผลต่ออนาคต เช่น การศึกษา การประกอบอาชีพ การมีครอบครัว

ในทางการเมือง ก็เช่นเดียวกัน แนวทางนี้เชื่อว่า ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งจะครุ่นคิด ไตร่ตรอง ตัดสินใจเลือกผู้สมัครและพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่สามารถตอบสนองความต้องการของตนให้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ท่ามกลางตัวเลือกที่เป็นผู้สมัครและพรรคการเมืองที่มีให้เลือกจำนวนมาก


ผู้สมัครและพรรคต่างๆ ที่กำลังหาเสียงกันอยู่ในขณะนี้ จึงต้องมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับนโยบายของพรรค โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจ ที่ผู้ตอบแบบสอบถามถึง 80% มองว่า เป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งแก้ไข

“จากที่ได้นำเสนอมาตั้งแต่ต้น หากโพลล์นี้สะท้อนความคิด ความต้องการของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างแม่นยำก็จะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าของการเมืองภาคใต้ไม่น้อยทีเดียว”

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง