นายสามารถ วราดิศัย นักวิชาการทางด้านรัฐศาสตร์ ซึ่งมีประสบการณ์เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ให้ทัศนะว่า การเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 24 มีนาคม 2562 ว่า เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญมาก เพราะเป็นเวลาที่ควรจะได้ทบทวนประสิทธิภาพของพลังประชาธิปไตย

ในห้วงเวลาที่ผ่านมา นับแต่ พ.ศ.2475-2562 เป็นเวลา 87 ปีแล้ว รัฐบาลประชาธิปไตยทำได้เพียงแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ประชานิยมแสวงหาผลประโยชน์ และทะเลาะกันเอง เพราะขาดประชาธิปไตยแบบนำวิถี ซึ่งประเทศพัฒนาแล้วมีด้วยกันทั้งนั้น คือ การให้ความสำคัญกับแผนพัฒนา หรือยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ เพื่อที่จะเดินไปด้วยกันสู่อนาคตอันเป็นเป้าหมายจุดประสงค์ร่วมกันของคนทั้งชาติ

ประเทศไทยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่ พ.ศ.2504 ปัจจุบันมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564 มากกว่านั้นรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 กำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการปกครองพัฒนาประเทศ

 

ต่อมา ได้มีพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และได้มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ.2561 – 2580

 

การมีแผนยุทธศาสตร์ชาติที่วางแนวทางไว้เพื่อการก้าวไปร่วมกันเป็นเสมือนเส้นทาง หรือราวบันไดที่ให้ฝ่ายการเมือง และประชาชน รวมถึงภาคราชการ ซึ่งปัจจุบันเรียกกันว่า “ประชารัฐ” ปฏิบัติ เกาะกุม ยึดถือร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายของชาติ จะเห็นได้ว่าไม่ใช่เป็นการสืบทอดอำนาจ 20 ปีแต่อย่างใด เมื่อกาลเวลา สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ให้เหมาะสม

ดังนั้น การเลือกตั้งที่กำลังมาถึงในเร็ววันนี้ เราต้องร่วมกันปรับเปลี่ยนการเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยคำนึงถึงยุทธศาสตร์ชาติด้วย ไม่ใช่การเมืองแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แย่งชิงผลประโยชน์ หรือทะเลาะกัน ซึ่งมีพรรคการเมืองหลายพรรค อย่างเช่น พรรคพลังประชารัฐ ที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ที่จะนำประเทศชาติไปสู่ความเจริญก้าวหน้า

“หากประชาชนให้การสนับสนุน เราก็จะได้ประชาธิปไตยที่มีคุณค่า สอดคล้องกับสังคมไทย อย่าเอาความคิดแบบคนโลกสวย หรือความคิดประชาธิปไตยแบบไร้ขอบเขตมาบดบังความจำเป็นของชาติ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมีประชาธิปไตยแบบมียุทธศาสตร์ชาติ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จร่วมกันแบบอารยประเทศทั้งหลาย” นายสามารถ กล่าว