พลเอกสุรเชษฐ์  ชัยวงศ์  หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เผยกระทรวงศึกษาธิการจับมือกระทรวงสาธารณสุขเฝ้าระวังใกล้ชิด  เร่งครูทำงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านรณรงค์เข้มให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด  และขอความร่วมมือให้ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกระจายข่าวอย่างเร่งด่วน  ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์โรคได้แล้ว

พลเอกสุรเชษฐ์  ชัยวงศ์  หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  กล่าวว่า มีความรู้สึกห่วงใยประชาชนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  โดยขณะนี้ได้ประสานให้ครูส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ทำงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน  ตามมาตรการของสำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน

”ให้ครูประจำชั้นของทุกโรงเรียนประสานและช่วยทำความเข้าใจกับผู้ปกครองเพื่อตรวจสอบว่านักเรียนทุกคนได้รับวัคซีนครบหรือไม่ภายในวันที่ 16 ตุลาคมนี้  หากยังไม่ได้รับวัคซีนโรงเรียนจะประสานสาธารณสุขให้ติดตามถึงบ้านเพื่อให้รับวัคซีนให้ครบ”

พลเอกสุรเชษฐ์  กล่าวต่อว่า  หากผู้ปกครองรายใดยังมีความเข้าใจผิดว่าการรับวัคซีนเป็นเรื่องผิดหลักศาสนาหรือมีเหตุผลอื่นๆ จะรีบประสานผู้เกี่ยวข้องในชุมชน เช่น แพทย์หรือผู้นำศาสนาเข้ามาให้ความเข้าใจ  ทั้งนี้ได้ประสานกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลาและปัตตานีเพื่อให้ช่วยกระจายข่าวไปยังผู้นำศาสนาแล้ว

ทั้งนี้โดยเฉพาะศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) สถาบันศึกษาปอเนาะที่อยู่ห่างไกล  ในพื้นที่อำเภอธารโต  อำเภอบันนังสตาและอำเภอเบตงจังหวัดยะลา  พร้อมกับขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนในพื้นที่ทุกประเภท  สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ทุกช่องทางและหอกระจายข่าวของหมู่บ้านให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนักและร่วมกันป้องกันการติดต่อของโรคหัดในชุมชนของตนเอง

อย่างไรก็ดี ล่าสุดนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลาได้รายงานจำนวนผู้ป่วยโรคหัด 418 ราย มีการระบาดกระจายทุกอำเภอโดยพบโรคสูงสุดที่อำเภอยะหา 122 ราย อำเภอบันนังสตา 70 ราย อำเภอกาบัง 67 ราย และอำเภอธารโต 64 ราย