คาดหมายกันล่วงหน้าว่า วันที่ 12 มกราคม 2564 คณะรัฐมนตรี (ครม.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเข้ารายงานความพร้อม ในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นอีกประเภทหนึ่ง คือ เทศบาล หลังมีการจัดการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ไปแล้วเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563

และที่ประชุม ครม. ได้มีมติให้จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีของเทศบาลทุกระดับ โดยทาง กกต.จะเป็นผู้พิจารณากำหนดวันต่อไป คาดว่าจะเป็นวันที่ 21 หรือ 28 มีนาคม 2563

ซึ่งสำหรับจังหวัดสงขลา กระแสการเมืองจับจ้องไปที่เทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลสงขลา ซึ่งมีทีมการเมืองหลายๆ กลุ่มได้เปิดตัวล่วงหน้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยที่เทศบาลนครหาดใหญ่ที่เพิ่งที่เปิดตัวล่าสุดคือ ทีมเก่า ยุคนายเคร่ง สุวรรณวงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีที่ครองตำแหน่งยาวนานและล่วงลับไปแล้ว และทีมงานเครือข่ายสนับสนุน “อาจารย์หมึก” ดร.โสภณ สาระวิโรจน์ ที่เคยเป็นเทศมนตรี และเจ้าของวิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชยการหาดใหญ่ เป็นว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่

ซึ่งต้องแข่งกับเจ้าถิ่นอย่าง “ทีมดร.ไพร” ที่ประกาศความพร้อมก่อนใคร ทั้งคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหน้าเดิม ส่วนว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรี แม้ “นายกไพร” ดร.ไพร พัฒโน ยังยืนยันว่า จะลงสมัคร และยืนยันว่า “ไม่ขาดคุณสมบัติ” หลังศาลอาญาคดีทุจริตภาค 9 พิจารณาลงโทษจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และเจ้าตัวประกันตัวมาสู้คดีในชั้นอุทธรญ์

อย่างไรก็ตาม ก็มีกระแสวิจารณ์ว่า “ดร.ไพร” อาจตัดสินใจนาทีสุดท้าย ส่งภรรยา ดร.ทิพวรรณ พัฒโน หรือไม่ก็น้องชายที่ร่วมงานการเมืองที่เทศบาล ในฐานะ “รองนายกเทศมนตรี” มาอย่างต่อเนื่องอย่าง “ดร.พฤกษ์ พัฒโน”

ศึกเลือกตั้งเทศบาลนครหาดใหญ่คราวนี้ นอกจาก “คู่แค้น” เดิมข้างต้นแล้ว ยังมี “เจ้าเก่า” ที่สมัครมาแล้วหลายครั้งจะกลับมาเป็นตัวเลือกต่อไป ทั้ง “นายสมบูรณ์ พงษ์เลิศนภากร” และ “นายพงษ์ศักดิ์ จิโรภาส” ขณะที่ “พี่หลวงคร” พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี มีแรงฮึดอีกครั้ง หลังร่วมเป็นทีมประชาธิปัตย์ ของ “นายไพเจน มากสุวรรณ์” ในตำแหน่ง ประธานที่ปรึกษา ชนะเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เมื่อ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่จากการที่คะแนนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่แพ้คู่แข่ง “ประชาธิปัตย์” จังหวัดสงขลา โดยการนำของ “นายกชาย” ส.ส.เดชอิศม์ ขาวทอง ยังรอตัดสินใจ ด้วยการประเมินฐานเสียงว่า จะสู้ได้หรือไม่หากไม่ได้ ก็จะหาผู้สมัครคนอื่น

อย่างไรก็ตาม การชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ คึกคักมากยิ่งขึ้น เมื่อ “ปลัดแป้น” นายณรงค์พร ณ พัทลุง อดีตปลัดจังหวัดสงขลา และอดีตนายอำเภอหาดใหญ่ ที่มีธุรกิจหลายอย่าง อีกทั้งยังเป็น “นายกสมาคมครูและผู้ปกครองโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย” เปิดตัวทีมงานและเครือข่ายผู้สนับสนุน พร้อมนโยบายสำคัญๆ ในช่วงก่อนปีใหม่ พร้อมรุกนำเสนอผ่านโชเชียลมีเดีย และป้ายโฆษณาหลายๆ จุดในหาดใหญ่

ขณะที่เทศบาลนครสงขลา “สจ.นก” ดร.สุรชัย สุริแสง อดีตสมาชิกสภาองคการบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เขตอ.เมืองสงขลา เปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครในนาม “ทีมบ่อยางก้าวใหม่” และเนื่งจากเปิดตัวหลังคนอื่นๆ จึงจำเป็นต้องเร่งสปีด”ฟอร์มทีม” ผู้บริหารและสมาชิกฯ เพื่อแข่งกับช่วงเวลาที่กระชั้นชิดเข้ามาทุกขณะ โดยมีกระแสข่าวว่า เลือกตั้งครั้งนี้ สจ.นกได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยด้วย

ขณะที่ “รองหมู” ศรัญ บิลพัฒน์ อดีตรองนายกเทศมนตรีนครสงขลา ที่เปิดตัวรอมานานเป็นแรมปีในนามทีม “นครสงขลาก้าวหน้า” ซึ่งเวลานี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทีมการเมืองที่มีภาพความพร้อม ในตัวของคณะผู้บริหารและสมาชิกฯพอสมควร โดยเฉพาะการโปรโมทหาเสียงใน”โลกโซเซียล” ที่นำเสนอความพร้อมของทีมออกมาย่างต่อเนื่อง โดยมีสมาชิกของทีมประกอบไปด้วยนักการเมืองหน้าเก่าๆอย่าง จิต ทวิตตา , อนุภาพ บุญช่วย “ทนายจุ้ย” และหน้าใหม่อย่าง “ภูรินทร์ ทิพย์มณี” ลูกชายอดีตส.ส.สงบ ทิพมณี , และ “สุภารัตน์ บุญสม” ลูกสาวนักธุรกิจเก่าแก่ของเมืองสงขลา มาเป็นฐานเครือข่ายคนเชื้อสายจีน และยังมีฐานเสียงตามชุมชนต่างๆที่ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี

เช่นเดียวกับ“รองชาย” สมชาย เมฆาอภิรักษ์ อดีตรองนายกเทศมนตรีนครสงขลาหลายสมัยมนยุคของ”นายกอุทิศ ชูช่วย” จึงไม่ต้องแปลกใจว่า หน้าตาของคณะผู้บริหารทีม”พลังนครสงขลา” ส่วนใหญ่จะเป็นคนเครือข่ายการเมืองในยุคสมัยของ “นายกอุทิศ ชูช่วย” เช่น “วิชากร บัวหอม” อดีตปลัดทน.สงขลา “ไชยชาญ ขวัญเซง” อดีตเลขานายกอุทิศ และวิทยา แสงมณี “สท.ลอย” มาเป็นขุมกำลังพร้อมกับสมาชิกฯหน้าใหม่มาเป็นขุมกำลังในการสู้ศึก โดยมีฐานเสียงเป็นคนชั้นกลางและชุมชนบางส่วนให้การสนับสนุน

ขณะที่“นายกบ่าว” ดร.สมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา คนปัจจุบันที่ได้รับอานิสงค์จาก”คสช. จึงนั่งครองเก้าอี้ยาวนานมาร่วม 10 ปี โดยประกาศพร้อมนำทีม”สงขลาใหม่” สู้ศึกเลือกตั้งที่จะมาถึง ท่ามกลางกระแส”ตก” เพราะข่าวว่า ชุมชนและผู้สนับสนุนซึ่งเป็นคนชั้นกลางที่เคยเป็นฐานคะแนนหลักห่างหายไปพอสมควร

อย่างไรก็ตาม สนามเลือกตั้งเทศบาลนครสงขลาวันนี้ มีผู้เสนอตัวลงสมัครนายกฯแล้วจำนวน 4 ทีม ซึ่งแต่ละทีมล้วนมีโอกาสเข้าวืนกันทุกคน อยู่ที่ว่าใครจะมี”ปัจจัย”และ”ออกหมัด” เข้าเป้ามากกว่ากันเท่านั้นพอ