สถานการณ์มรสุมในทะเลอ่าวไทย ส่งผลให้ทะเลมีคลื่นลมแรงซัดเข้าหาฝั่ง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้พี่น้องประชาชน ใน อ.ระโนด จ.สงขลา ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทยได้รับความเดือนร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ ม.3 และ ม.2 ต. ท่าบอน อ.ระโนด ซึ่งตอนนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากคลื่นได้ถล่มเข้าหาชายฝั่งตั่งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันที่ 5 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ พร้อมด้วย ร.ต.อ. อรุณ สวัสดี ส.ส. เขต 4 สงขลา ไปตรวจสอบสภาพปัญหาบ้านเรือนของชาวบ้านหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 ต. ท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา พบว่า คลื่นลมในทะเลยังแรงคลื่นสูงประมาณ3 เมตร ซัดเข้าใส่ผนังกันคลื่นที่เคยสร้างด้วยคอนกรีต กว่า 5 กิโลเมตร จนพังทลาย และกัดเซาะชายฝั่งรุนแรง จนมาถึงบ้านเรือนประชาชน ซึ่งโดนคลื่นถล่มกัดเซาะเอาดินใต้พื้นออกหมดทำให้บ้านพังและกำแพงแตกร้าว ซึ่งมีบ้านเรือนของประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวชายฝั่งอีกนับหลายสิบครัวเรือนที่ และลึกเข้าในชายฝั่งรวมขณะนี้ไม่ต่ำกว่า 10 เมตร และมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นหากคลื่นซัดฝั่งยังรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

นางวันดี สั่งปิด ชาวบ้าน ม. 2 ซึ่งได้รับผลกระทบ เปิดเผยว่า เกิดคลื่นลมแรงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านซึ่งความรุนแรงของคลื่นได้ซัดเข้าใส่ฝั่งจนทำให้กำแพงกันคลื่นได้รับความเสียหาย ก่อนที่จะเข้ามากัดเซาะอาคารของบ้านรอวันพังทลายลงมา ซึ่งขณะนี้ต้องอยู่อย่างหวาดผวา เพราะหวั่นฝาผนังบ้านซึ่งมีรอยแตกร้าว และอุ้มน้ำ จะพังลงมา และอยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านด้วย

แต่อย่างไรก็ตามทาง ร.ต.อ. อรุณ สวัสดี ส.ส. เขต 4 สงขลา ซึ่งได้ลงมาดูสภาพพื้นที่ โดยจะเร่งประสาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อมาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านที่กำลังได้รับความเดือดร้อน ซึ่งอาจจะเปลี่ยนจากกำแพงกันคลื่นที่มีอยู่เดิม มาเป็นเขือนหินกันคลื่นนอกชายฝั่งที่สามารถรับความรุนแรงของคลื่นได้ และยังช่วยแก้ปัญหาที่จอดเรือประมงพื้นบ้าน ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านที่มีอาชประมงพื้นบ้านไม่สามารถนำเรือขึ้นมาจอดได้หลังบ้านของตัวเองได้ เนื่องจากมีกำแพงกันคลื่นกีดขวาง จนต้องนำเรือมาจอดอีกที่หนึ่งซึ่งต้องมาคอยกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งหากไม่เร่งแก้ไขเชื่อว่าบ้านเรือนของประชาชนจะต้องพังเพิ่มเกือบทั้งหมดอย่างแน่นอน