วันที่ 4 มกราคม 2564 เวลา 11.30 น. พันเอกสุชาติ จันทรโชติกุล หรือ “ผู้การชาติ” อดีตผู้สมัครนายกอบจ.สงขลา พร้อมนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ และประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร และคณะเดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดสงขลา ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนคัดค้านผลการเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลา เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 โดยพันเอกสุชาติ ได้นำอดีตผู้สมัครส.อบจ.สงขลา เข้าให้ปากคำพร้อมกับมอบเอกสารภาพถ่ายให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการร้องเรียนต่อไป

ทั้งนี้ เช้าวันเดียวกัน ผูเการชาติ ให้สัมภาษณ์ “เนชั่นคนข่าวเข้ม” ว่า วันนี้จะไปที่ กกต.สขลา อีกครั้งพร้อมกับ นายสิระ เจนจาคะ

โดยระบุว่า เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปมีการกล่าวขานกันทั้งจังหวัดสงขลา ว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมามีลักษณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ปรากฏในจังหวัดสงขลาที่มีการเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลา เรื่องที่ 1 การนำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาหาเสียงเพื่อให้ได้รับการเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องนี้ได้ร้องเรียนกับทางกกต.สงขลา เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ก่อนการเลือกตั้งมีการใช้เสื้อ ประกอบกับชุดจิตอาสากับอสม. ไปทำกิจกรรมซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่นำสถาบันมหากษัตริย์ มาเพื่อหาเสียงทางการเมือง ตนได้ส่งให้กกต.จังหวัดสงขลา พิจารณาก่อนการเลือกตั้งแล้ว

 

เรื่องที่ 2 ซึ่งจะดำเนินการในวันนี้ ที่มีการซื้อเสียงกันอยากเปิดเผย ต้องยอมรับว่าจังหวัดสงขลา เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีเงินในการซื้อเสียงกันอย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ของคนทั้งจังหวัด โดยมีการซื้อเสียงกัน 3 เวลาในวันเลือกตั้ง ตั้งแต่เช้า,เที่ยง วันนี้จะยื่นหลักฐานให้กับทางกกต.สงขลา ได้พิจารณาที่จะรับเรื่อง ว่าการซื้อเสียงกันอย่างเปิดเผย

 

เรื่องที่ 3 การโกงคะแนนการเลือกตั้ง ทุกหน่วยเลือกตั้งที่มีการทำบันทึกไว้ มีการเปลี่ยนแปลงคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งไปสู่จุดนับคะแนนในแต่ละอำเภอ ซึ่งเรื่องนี้ได้ทำเรื่องไปยังกกต. สงขลา ให้นับคะแนนใหม่ ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว

 

เรื่องที่ 4 ปรากฏในบางพื้นที่ที่มีการข่มขู่ผู้สนับสนุนของฝ่ายตรงข้าม

 

เรื่องที่ 5 เป็นเรื่องที่สำคัญ มีข้าราชการในจังหวัดสงขลารู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดในการเลือกตั้งไม่ได้วางตัวเป็นกลาง ซึ่งตรงนี้เห็นได้ชัดเจน เพราะจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นการกระทำความผิดต่อการเลือกตั้ง จึงจะยื่นคำร้องต่อ กกต.สงขลา

 

โดยสรุปวันนี้จะยื่น 3 เรื่องคือ 1.การจัดแข่งขันการมวยที่มีส.ส. เป็นประธาน และมีการมอบเงินให้กับการแข่งขันการจัดมวย, 2. เรื่องงานมัสยิด ว่ามีการให้เงินโดยในการลงโซเชียล และ 3. กิจกรรมการนำเอาขยะมาแลกกับไข่ในพื้นที่เลือกตั้ง โดยทั้งหมดนี้เป็นกิจกรรมเพื่อจูงใจมีความผิดถ้าในแง่ของกฎหมายในมาตราที่ 65 วรรคที่ 1 และวรรคที่ 2 เพราะฉะนั้นกกต.สงขลา จะต้องเป็นผู้สรุปว่าผู้ความผิดจริง

 

พันเอกสุชาติ กล่าวด้วยว่า ในวันนี้ได้ยื่นร้องเรียนต่อนายสิระด้วย เพื่อให้ดำเนินการต่อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตนหวังผลถึงการยุบพรรค

 

ด้าน นายสิระ เจนจาคะ กล่าวว่า ที่ พันเอก สุชาติ ได้ร้องกับทาง กกต. ก็จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาชี้แจง ไม่ว่าจะเป็น ประชาชน ข้าราชการประจำ ต้องการศึกษาดูว่าเป็นสิ่งที่ทำผิดกฎหมายกกต.หรือไม่ ซึ่งอยู่ในขอบเขตคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายและทางผู้ร้องคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม