29 ธันวาคม 2563 นายเจริญ หยงสตาร์ อายุ 63 ปี ประธานสหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดตรัง จำกัด พร้อมนายห้าหรน กองข้าวเรียบ อายุ 53 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง นำผู้สื่อข่าวตรวจสอบผลกระทบของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจ.ตรัง ซึ่งมีกุ้งที่ถึงเวลาต้องจับขายในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ แต่ยังไม่สามารถจับขึ้นจากบ่อส่งขายได้ ทำให้คงค้างอยู่บ่อเลี้ยงเป็นจำนวนมาก เนื่องจากราคาตกต่ำอย่างหนัก

ทั้งนี้ เป็นผลกระทบที่เกิดการปิดตลาดกลางกุ้งที่ จ.สมุทรสาคร เนื่องมาจากพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 จึงได้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ เนื่องจากประชาชนไม่กล้ารับประทานกุ้ง และถูกประเทศเพื่อนบ้านประกาศไม่นำเข้ากุ้งจากไทย ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้รับผลกระทบอย่างหนักทั้งระบบ จนส่งผลทำให้ราคากุ้งตกต่ำ เนื่องจากไม่มีตลาดจำหน่าย ขณะที่มีพ่อค้าคนกลาง รวมทั้งเจ้าของผู้ประกอบการห้องเย็นบางราย ยังฉวยโอกาสซ้ำเติมด้วยการไปติดต่อขอซื้อกุ้งแต่ให้ในราคาที่ต่ำกว่าทุนถึงกิโลกรัมละกว่า 50 บาท เช่น กุ้งขนาด 42 – 43 กิโลกรัม จากราคาขายกิโลกรัมละ 220 บาท แต่ไปขอซื้อในราคากิโลกรัมละ 165 บาท ยิ่งซ้ำเติมปัญหาอย่างหนัก

“พอเกิดโรคระบาดที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นตลาดกลางของกุ้ง ส่งผลให้การซื้อกุ้งของพ่อค้าทั่วไปรวมทั้งของห้องเย็น ฉวยโอกาสตามกระแส ที่ผู้ซื้อก็น้อย ไม่มีตลาดระบาย ไม่มีการแข่งขันกันซื้อ กดราคาลงอย่างมาก เช่น จากราคาที่กิโลกรัม 200 บาท กดลงเหลือ 150 บาท ทำให้เกษตรกรอยู่ไม่ได้” นายเจริญกล่าว และว่า

หากถึงเวลายื้อเลี้ยงต่อไปไม่ได้จริงๆ เกษตรกรก็ต้องขาย จึงอยากให้ภาครัฐเร่งช่วยเหลือ

โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดตรังมีประมาณ 60 ราย มีกุ้งรวมกันประมาณ 200 ตัน ที่ยังคงค้างอยู่ในบ่อเลี้ยง เพื่อรอราคาให้ดีขึ้น แต่การทนเลี้ยงต่อไปของเกษตรกรก็ทำให้เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร แนวทางแก้อยากให้รัฐช่วยการเก็บกุ้งที่เหลือทั้งหมด ซึ่งเหมือนกันทั่วประเทศ ด้วยวิธีการเปิดรับจำนำ หรือด้วยวิธีใดก็ได้หลังสถานการณ์ดีขึ้น รัฐสามารถระบายขายได้ หรือใช้วิธีเช่าห้องเย็น เพื่อให้เกษตรกรได้สต๊อกกุ้ง หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ปัญหา ๆ ต่อไปคือ เกษตรกรไม่กล้าลงกุ้ง ต่อไปก็จะขาดแคลนกุ้งภายในประเทศ ก็แน่นอน ควรช่วยให้หาห้องเย็น รับจำนำ เพื่อให้ระบบการเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป

ด้าน นายห้าหรน กองข้าวเรียบ กล่าวว่า ตนมีกุ้งเหลืออยู่จำนวน 4 บ่อ โดย 2 บ่อ เป็นกุ้งขนาด 40 – 50 ตัวต่อกิโลกรัม รวมประมาณ 10 ตัน ส่วนอีก 2 บ่อ ขนาด 70 – 80 ตัวต่อกิโลกรัม รวมประมาณ 8 ตัน ถ้าปล่อยขายจะขาดทุนกิโลกรัมละ 20 – 55 บาท

“ล่าสุด มีเจ้าของห้องเย็นมาติดต่อซื้อกุ้งขนาด 42 – 43 ตัวต่อกิโลกรัม จากปกติราคากิโลกรัม 220 บาท แต่กดราคาขอซื้อกิโลกรัมละ 165 บาท ซึ่งขายไม่ได้ เพราะขาดทุน จึงต้องทนเลี้ยงต่อไป หลังจากเลี้ยงมา 4 เดือน 10 วัน หรือเลี้ยงเลยกำหนดจับขายมาประมาณ 20 วัน”

ซึ่งการเลี้ยงต่อไปก็ทำให้ต้นทุนเพิ่มประมาณ 20 บาทต่อกิโลกรัม และยังไม่ทราบว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อไร ตอนนี้ถ้าจับก็ขาดทุน กังวลมากคือ หวั่นกุ้งจะเกิดปัญหาเช่นเกิดโรค ระบาดตามมา ซึ่งห้องเย็นที่มาซื้อก็หวังฉวยโอกาสซื้อกดราคา เพื่อนำไปเก็บไว้ห้องเย็น รอทำกำไรในช่วงสถานการณ์ดีขึ้นเช่นกัน