แม่ทัพภาค4ควงผบช.ภ.9และพ่อเมืองนราปลอบขวัญไทยพุทธย้ำอย่าตกหลุมพรางโจรใต้เสี้ยมให้แตกแยก สุรปพระมรณะ 2 บาดเจ็บ 2 รูป

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ม.ค.62 พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 ซึ่งได้เดินทางมาค้างแรมตังแต่ในช่วงคืนที่ผ่านมา ณ วัดรัตนานุภาพ หรือ วัดโคกโก ได้ร่วมกับ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 และนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส ได้ร่วมเดินทางมาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุคนร้ายจำนวนกว่า 10 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือบุกไปยิงพระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าคณะ อ.สุไหงปาดีและเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ พร้อมพระลูกวัดมรณภาพ 2 รูปและได้รับบาดเจ็บ 2 รูป เหตุเกิดในช่วงเวลา 20.30 น.ของคืนที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งให้กำลังใจชาวบ้านไทยพุทธที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และ อ.ใกล้เคียง จำนวนกว่า 200 คน ที่ต่างตกอยู่ในสภาวะเสียขวัญกำลังใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยทางคณะได้เดินทางไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นกุฎิพระที่อยู่ด้านซ้ายมือของอุโบสถหลังที่ 2 และ 3 ซึ่งสร้างด้วยไม้ยกพื้นชั้นเดียว ที่มีร่องรอยกระสุนของคนร้ายยิงพรุนทั้ง 2 หลัง และมีคราบเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ พร้อมกระสุนปืนเอ็ม.16 ที่ตกกระจายเกลื่อนพื้นเป็นจำนวนมาก จากร่องรอยของกลุ่มคนร้ายได้แฝงตัวเข้ามาด้านซ้ายมือของกฎิที่เป็นส่วนยางพารา โดยคนร้ายได้ยิงถล่มใส่กุฎิดังกล่าวจนพระประเวศ สุขแก้ว ที่อาศัยอยู่ในกุฎิได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ที่บริเวณชายคาของศาลาการเปรียญตรงกับกับอุโบสถ เจ้าหน้าที่พบร่องรอยวิถีกระสุนของคนร้ายถูกที่บริเวณฝาผนังด้านข้างของศาลาการเปรียญเป็นรูพรุนเช่นกัน ในที่ขณะพระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าอาวาสพร้อมพระลูกวัดอีก 2 รูป กำลังนั่งฉันท์น้ำชา เพื่อรอเวลาเข้าไปปฏิบัติกิจสงฆ์ภายในอุโบสถ โดยเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน เอ็ม.16 ตกอยู่เป็นจำนวนมาก

ซึ่งจุดดังกล่าวนี้ทราบว่า ในขณะที่พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าอาวาสและพระลูกวัด รวม 3 รูป นั่งฉันท์น้ำชามีชายฉกรรจ์ จำนวน 5 ถึง 6 คน ขี่รถ จยย.เป็นพาหนะมาจอด พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ จึงสอบถามไปว่า โยนเข้ามาทำไมไม่แจ้งให้ทางวัดทราบก่อนในยามวิกาล จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่และพรลูกวัด จนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะหลบหนีออกไปทางด้านประตูหน้า และคนร้ายได้พบกับ ชรบ.ที่วิ่งตามเสียงปืนมา จนทั้ง 2 ฝ่าย ได้ใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้กัน แต่คนร้ายสามารถหลบหนีไปได้

แต่ถึงอย่างไรก็ตามในช่วงเช้าและช่วงคืนคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อนำไปตรวจสอบทางกระบวนการวิทยาศาสตร์แล้ว และจากการประเมินในเบื้องต้นคาดว่ากลุ่มคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 10 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุในครั้งนี้

หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 และนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส ได้ร่วมกันพบปะชาวบ้านซึ่งมีทั้งไทยพุทธและมุสลิมบางส่วน ที่ทราบข่าวได้เดินทางมาทราบข้อเท็จจริงเหตุที่เกิดขึ้น ภายใต้ความกังวนถึงเรื่องความปลอดภัย โดยแม่ทัพภาค 4 ได้กล่าวกับชาวบ้านว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการสร้าสถานการณ์ของคนร้าย เพื่อต้องการให้เกิดความแตกแยกในพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านอย่าตกหลุมพรางของคนร้าย โดยทางเจ้าหน้าที่จะมีมาตรการดูแลในการรักษาความปลอดภัย วัดทุกแห่งในพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย จนสร้างขวัญกำลังให้กับชาวบ้านเป็นที่น่าพึ่งพอใจ

ต่อมา พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 และนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส ได้เปิดการแถลงข่าวเหตุที่เกิดขึ้น โดย พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 บอกว่า หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมอย่างเข้มข้น ขอให้ชาวบ้านไว้วางใจ ในส่วนของพระสงฆ์ไม่ได้มีการสั่งหรือห้ามและกำชับในการออกบิณฑบาต แต่ให้วัดแต่ละวัดเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมเพื่อความปลอดภัย

ในส่วนของ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 บอกว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการประเมินพบว่า เป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดิมๆที่เคยร่วมกันก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก และร่วมกับยิงอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.สุไหงปาดีเสียชีวิต ซึ่งหลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไปซ่อนตัวในประเทศเพื่อนบ้าน และทราบเบาะแสว่าได้ลักลอบข้ามแดนมาก่อเหตุในครั้งนี้ โดยมุ่งเน้นสร้างความแตกแยกระหว่างไทยพุทธและมุสลิม ซึ่งเป็นกระบวนการของเจ้าหน้าที่ที่จะมีการติดตามไล่ล่ากดดัน เพื่อจับกุมมาดำเนิคดีต่อไป

ในส่วนของนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส บอกว่า สำหรับกรณีพระสงฆ์ที่มรณภาพและได้รับบาดเจ็บนั้น ก็จะมีการเยียวยาตามกฎหมาย ซึ่งในเร็ววันนี้ทางจุฬาราชมนตรีและประธานกรรมการอิสลาม 3 จังหวัดชายเดนภาคใต้ ก็จะเดินทางมาให้กำลังใจแก่พระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งการพูดคุยพบปะพูดคุยกับผู้นำศาสนา เพื่อสร้างความเข้าใจถึงเป้าหมายของกลุ่มคนร้ายที่พยายามสร้างความแตกแยก