ตรัง – นายอำเภอวังวิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่กาชาด ตำรวจ และกู้ภัย รุดช่วยเหลือ 2 พี่น้อง วัย 6 ขวบและ 3 ขวบ โดยแม่วัย 24 ปี ยินดียกลูกให้ไปอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดตรังและสถานสงเคราะห์ โดยให้เหตุผลอยากให้ลูกได้มีที่อยู่ที่ดีกว่านี้ และได้เรียนหนังสือ อยู่กับตนเองยอมรับเลี้ยงลูกลำพังไม่ไหว ล่าสุด เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวได้รับเด็กไปดูแลแล้ว

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ที่หมู่ 4 บ้านบางคราม ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ซึ่งเป็นชุมชนหลังวัดบางคราม นายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ นายอำเภอวังวิเศษ พร้อมด้วย นางเอ็นดู สุวรรณยุหะ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง อาสาสมัครกาชาดจังหวัดตรัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังวิเศษ เจ้าหน้าที่กู้ภัยบรรเทาวังวิเศษ เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม และอบต.อ่าวตง ลงพื้นที่เยี่ยมหนูน้อยเพศชายวัย 3 ขวบ และ 6 ขวบ สองพี่น้องที่ถูกแม่ทิ้งให้อยู่บ้านตามลำพังเพียง 2 คนทุกวัน โดยพี่คนโต อายุ 6 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 แต่โรงเรียนก็ไม่ได้ไป เพราะไม่มีคนดูแล และต้องดูแลน้อง บางวันแม่หายไปตลอดทั้งวัน บางวันหายไปข้ามวันข้ามคืน โดยที่ลูกน้อยทั้ง 2 คน ต้องเผชิญชะตากรรมตามลำพัง โดยมีเพื่อนบ้าน เป็นคนป้อนข้าว ป้อนน้ำให้เด็กๆได้ประทังความหิว ทั้งนี้ ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง ขนม น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน นมกล่อง เสื้อผ้า รองเท้าไปมอบให้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมจะประสานให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลอ่าวตง เข้ามาช่วยดูแลด้านสุขภาพเด็ก เนื่องจากเบื้องต้นพบว่า เด็กตัวเล็ก เจริญเติบโตไม่สมวัย โดยเฉพาะน้องคนเล็ก ร่างกายอ่อนแรง เดินก็จะล้ม ดวงตาเป็นสีเหลือง เชื่อเกิดจากภาวะร่างกายขาดน้ำและสารอาหาร ในขณะที่เด็กชายทั้งสองคนต่างดีใจที่มีผู้ใหญ่ใจดี นำของเล่น เสื้อผ้าชุดใหม่ รองเท้าคู่ใหม่ ให้สวมใส่ พร้อมกับได้ทานขนม นม อย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุข ทางด้านนายอำเภอ และรองนายกเหล่ากาชาดจ.ตรัง ต่างยกมือไหว้ขอบคุณชาวบ้าน ที่ให้ความช่วยเหลือเด็กๆ เพราะทางราชการไม่มีโอกาสได้รับทราบข้อมูล เพราะเป็นแม่เด็กคนนอกพื้นที่เร่ร่อนเข้ามาอยู่ได้เพียงประมาณ 2 เดือน จึงไม่มีข้อมูลของตำบล หรือหมู่บ้าน

จากการสอบถามแม่ของเด็ก อายุ 24 ปี บอกกับนายอำเภอว่า ยินดียกลูกทั้ง 2 คนให้แก่เจ้าหน้าที่นำไปอยู่ในที่ปลอดภัย เพื่อลูกจะได้เรียนหนังสือ ทั้งนี้ ได้สอบถามกับบรรดาญาติพี่น้องของตนเองแล้ว ทุกคนเห็นด้วย ซึ่งตนก็ยินดีจะให้ลูกไปอยู่ เพราะลูกจะได้ปลอดภัยได้มีชีวิตที่ดีขึ้น จะได้เรียนหนังสือ อย่างไรก็ตาม หลักฐานสำคัญประจำตัวเด็ก เช่น ใบสูจิบัตร ไม่มีแล้ว เนื่องจากถูกไฟไหม้บ้าน จึงถูกไฟเผาไหม้ไปทั้งหมด ยังไม่ได้ไปทำใหม่ ทางนายอำเภอวังวิเศษ จึงนำตัวขึ้นรถไปไปที่ว่าการอำเภอวังวิเศษ เพื่อคัดลอกจัดทำเอกสารประจำตัวเด็กให้ครบถ้วน เพื่อเตรียมจะให้แม่เซ็นต์ยินยอมมอบลูกให้แก่บ้านพักเด็ก จ.ตรัง รับไปดูแลต่อไป ทั้งนี้ ในช่วงเย็นเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก จ.ตรัง ได้เดินทางเข้าตรวจสอบ และดำเนินด้านเอกสารกับแม่ของเด็กเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันนี้ แต่ระหว่างรอขั้นตอนการดำเนินการ ยังให้เด็กอยู่ในความดูแลของเพื่อนบ้านที่ช่วยกันดูแลมาก่อนหน้านี้แทน รอจนกว่าขั้นตอนจะแล้วเสร็จก็มารับเด็กไปอยู่ที่บ้านพักเด็กจังหวัดตรังต่อไป

นายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ นายอำเภอวังวิเศษ กล่าวว่า เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม จะรับเด็กไปอยู่ในความดูแลที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดตรังก่อน หลังจากนั้นก็จะส่งต่อไปให้อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์เด็กต่อไป แต่เอกสารหลักฐานสำคัญประจำตัวเด็กไม่มีแล้ว จะต้องนำไปทำใหม่ที่อำเภอ เพื่อเตรียมพร้อมเอาให้แก่เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก

นางสาวสมฤดี วรรณบวร (แม่ของเด็ก) อายุ 24 ปี กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเองมีลูกชาย 2 คน พ่อของเด็กอยู่เกาะลันตา เป็นคนจ.กระบี่ แต่เลิกรากัน ตนเองจึงพาลูกกลับมาอยู่บ้าน แต่ด้วยความที่ตนเองมีฐานะยากจน ทำงานรับช้างกรีดยาง มีรายได้เพียงเล็กน้อยไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูลูกชายทั้งสองได้ จึงยินดีที่จะยกลูกชายทั้งสองให้อยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็ก หรือ สถานสงเคราะห์ เพื่อให้เด็กทั้งสองได้รับการศึกษา และมีอนาคตที่ดีต่อไปในภายภาคหน้า ที่สำคัญลูกจะได้เรียนหนังสือ

เบื้องต้น ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับเพื่อนบ้านที่ให้ความช่วยเหลือเด็กชายทั้งสอง ต่างรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่มีหน่วยงานเข้ามามอบสิ่งของ ให้แก่เด็กทั้งสอง และใช้การช่วยเหลือเรื่องที่พักพิงแก่เด็กต่อไป เพราะเป็นห่วงเด็ก สงสาร อยากได้ไปอยู่ในที่ดีๆ มีคนดูแล มีโอกาสได้เรียนหนังสือ

โดยนางดวงพร หนูเงิน (หรือเด็กๆเรียกยายพร ) อายุ 51 ปี กล่าวว่า ตนดีใจมากที่สามารถช่วยเหลือเด็กๆได้สำเร็จ เพราะหากกลับไปที่ขนำอีกก็เป็นห่วง ตั้งแต่แม่พาเด็กเข้ามาอยู่ ชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงนี้ ก็ช่วยเหลือเต็มที่ ตนเองก็หาข้าวหาน้ำให้กิน เพราะสงสาร จากนี้ไปไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว ดีใจที่สามารถทำให้เด็กๆได้มีชีวิตที่ดีกว่านี้

ทางด้านนายภูษิต ศรีไกรไทย อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ 4 ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ ซึ่งเป็นเจ้าของขนำหลังดังกล่าว กล่าวว่า ดีใจมากที่มีคนมาช่วยเหลือเด็กๆ ที่ผ่านมาตนเองก็ยกขนำให้ ตนเองก็ไม่ใช่คนมั่งมี แต่ได้ช่วยเหลือไปตามประสาที่สามารถทำได้ ขนำดังกล่าวเป็นของพี่ชาย พอเห็นว่าแม่ลูกถูกไล่มาจากบ้านเช่าไม่มีเงินจ่าย จึงพยายามซ่อมแซมให้สามารถพออยู่ได้ แต่ตกกลางคืนตนเองก็จะให้เด็กๆมานอนด้วยที่บ้าน เช้ามาก็พยายามหาอาหารให้ หากไม่มีก็เดินไปขอบ้านแม่มาให้ หรือให้ไปกินบ้านแม่ ซึ่งพี่สาวอยู่ด้วย และตนเองก็ไปช่วยสร้างขนำหรือกระต๊อบหลังใหม่ให้กับแม่ของเด็กแล้วด้วย 1 หลัง ที่ในสวนยางของสามีใหม่ ตอนนี้ทำไปได้มากแล้ว แต่ยังไม่มุงหลังคา แต่เอาผ้าเต็นท์ไปมุงให้แล้ว แต่จะไปทำต่อให้สำเร็จ เพื่อให้แม่ของเด็กได้อยู่ แต่คงไม่ได้อยู่เพราะเท่าที่ทราบ แม่และครอบครัวสามีใหม่ ไม่ต้อนรับแม่เด็ก ส่วนเด็กมีคนดูแลก็ดีใจมากแล้ว ยินดีช่วยดูแลจนกว่าจะมีคนมารับไป

ด้าน นางสมพรทิพย์ คงแก้ว พี่สาวนายภูษิต กล่าวว่า ดีใจมาก พวกตนตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่า อยากให้มีหน่วยงานมาช่วยเหลือเด็กๆนำไปอยู่ในที่ปลอดภัย ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น เบื้องต้น ทราบว่าจะต้องใช้เวลาในการจัดเตรียมขั้นตอนกว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถมารับเด็กไปอยู่ได้ ตนเอง น้องชาย และเพื่อนบ้าน ที่เคยช่วยเหลือเด็กๆ ก็พร้อมจะดูแลเด็กๆให้อย่างดี จนกว่าเด็กๆจะมีคนมารับไป พร้อมยกมือไหว้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เข้ามาช่วยเหลือชุบชีวิตเด็กๆ

อย่างไรก็ตาม ในภาคบ่ายของวันนี้ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจ.ตรัง ได้หนูน้อยทั้ง 2 คน ไปดูแล้ว