เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2561 พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กอ.รมน. เป็นประธานเปิดงาน ?กิจกรรมรวมพลคนบูโด? โดยมี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. นายสนั่น สนธิเมือง ผู้อำนวยการสำนักประสานนโยบายสังคมจิตวิทยา ศอ.บต. ดร.พงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี    และพลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ผศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นายสมภพ พร้อมเพ็ญ คณะที่ปรึกษาคณะที่ปรึกษาคณะทำงานประสานการแก้ไขปัญหาบูโด-สุไหงปาดี  พร้อมนายอำเภอในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี เข้าร่วมกิจกรรมที่ห้องพญาตานี โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี

พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ผมขอชื่นชมในความตั้งใจของเจ้าหน้าที่    ที่ปรึกษาเครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ที่ได้ให้ความร่วมมือจนการแก้ไขปัญหามีความก้าวหน้าตามลำดับ              ซึ่งเห็นได้จากขณะนี้มีการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินบริเวณนอกเขตอุทยานแห่งชาติ บูโด-สุไหงปาดี โดยสามารถทำการรังวัดและออกโฉนดให้ประชาชนแล้ว จำนวน 47,732 แปลง คณะกรรมการพิสูจน์ในการถือครองที่ดินราษฎรระดับอำเภอได้รับรองการพิสูจน์สิทธิ          การถือครองในเขตพื้นที่แนวบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ตามมติคณะรัฐมนตรี          14 ตุลาคม 2551 แล้ว จำนวน 13,132 แปลง ตลอดจนการดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรอบอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ซึ่ง ศอ.บต.ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน กว่า 5,000 ราย

”จากผลการดำเนินงานการแก้ปัญหาที่ทำกินและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี  เป็นผลให้นำไปสู่การลดความไม่เข้าใจในภาครัฐ ลดความขัดแย้ง ทำให้ประชาชนมีความพึงพอใจ สร้างทัศนคติเชิงบวกของประชาชนใน” พลโทปิยวัฒน์ กล่าว

นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการ ศอ.บต.กล่าวว่า ศอ.บต. สนับสนุนช่วยเหลือโดยการมอบเอกสารสิทธิ์ให้แก่พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณอุทยานบูโด-สุไหงปาดี และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนที่อยู่รอบบูโด-สุไหงปาดี ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากที่เคยเสียโอกาสต่างๆ และวันนี้เป็นการจัดงานเพื่อรวมพลคนที่เกี่ยวข้องกันกับเรื่องของบูโด-สุไหงปาดี  คือ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อน  ผู้ที่อยู่นอกพื้นที่ทับซ้อน  และรอบที่ 3 คือผู้จะได้รับการออกโฉนดอีก 4 ปี สำหรับพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ในเขตบูโด แต่เป็นพื้นที่ต่อเนื่องทั้ง 3 จังหวัด

โดยวันนี้เป็นการรวมพลกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังในการทำงาน ซึ่งรัฐบาลนำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการแก้ปัญหาที่ดินบูโด-สุไหงปาดี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตสังคมที่ดี

”ในการแก้ไขปัญหาที่ดินบูโด รัฐบาลเป็นผู้เติมเต็มความเชื่อมั่นโดยการให้ประชาชนมีเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน เพื่อให้พี่น้องประชาชนตระหนักและได้มีส่วนร่วม เพราะหัวใจของการรวมพลคือการมามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” นายไกรศร กล่าว

นายสนั่น สนธิเมือง ผู้อำนวยการสำนักประสานนโยบายสังคมจิตวิทยา ศอ.บต.กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศ

รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าว มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 14 ตุลาคม 2551 เห็นชอบให้กรมที่ดินตรวจสอบและออกเอกสารสิทธิให้กลุ่มที่ดินที่อยู่นอกเขตอุทยานและนอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 และ 19 มีนาคม 2558 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี /ประธาน คปต. ได้มีข้อสั่งการให้เร่งรัด      การแก้ไขปัญหาพื้นที่บริเวณเทือกเขาบูโด โดยให้เร่งดำเนินการรังวัดพื้นที่และตรวจพิสูจน์สิทธิ    การถือครองที่ดินของราษฎรให้เสร็จโดยเร็ว ตลอดจนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการ    อย่างต่อเนื่อง และประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกับคณะอนุกรรมการภายใต้ คปต. ที่จัดตั้งขึ้น

สำหรับความก้าวหน้าของการดำเนินงานที่ผ่านมา มีดังนี้  1. การเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน บริเวณนอกเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี และพื้นที่โดยรอบรัศมี 2 กิโลเมตร ตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินเพื่อเสริมสร้าง    ความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรมที่ดินได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 ศูนย์ (30 สายสำรวจ) โดยตั้งแต่ปี2558-2561 ได้ทำการรังวัดและออกโฉนดแล้วจำนวน 47,732 แปลง

2. การรับรองการพิสูจน์สิทธิในการถือครองที่ดิน ของราษฎรในเขตพื้นที่      แนวบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ปัจจุบันคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิในการ                ถือครองที่ดินราษฎรระดับอำเภอ ทั้ง 9 อำเภอ พื้นที่ 3 จังหวัดได้รับรองการพิสูจน์สิทธิการ          ถือครอง ตามมติคณะรัฐมนตรี 14 ตุลาคม 2551 แล้ว จำนวน 13,132 แปลง เนื้อที่ 60,003 ไร่

3. การดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนโดยรอบอุทยานแห่งชาติบูโด-    สุไหงปาดี ซึ่งได้รับผลกระทบจากการประกาศอุทยานฯทับซ้อนและอยู่ในระหว่างพิสูจน์สิทธิที่ดินทำกิน โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้สนับสนุนงบประมาณให้อำเภอ  และเครือข่ายงานแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี จัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แบบพึ่งตนเองได้ เพิ่มรายได้ และช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากจน มาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน กว่า 5,000 ราย

สำหรับกิจกรรมรวมพลคนบูโดในวันนี้  จัดขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้ในการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาที่ดินบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนเห็นถึงความจริงใจจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเฉพาะปัญหาที่ดินบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี  2542 และได้แก้ไขปัญหามีความก้าวหน้าเป็นไปตามลำดับ  2.มอบหนังสือรับรองการพิสูจน์สิทธิการถือครองที่ดินให้กับประชาชน        ซึ่งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิในการถือครองที่ดินราษฎรระดับอำเภอ ได้รับรองการพิสูจน์สิทธิการถือครองตามมติคณะรัฐมนตรี 14 ตุลาคม 2551 แล้ว จำนวน 13,132 แปลง และมอบโฉนดที่ดิน จำนวน 50 ราย

ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานจากส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ และเครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา จำนวน 9 อำเภอ 25 ตำบล 89 หมู่บ้าน ซึ่งเป็น      ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงและบริเวณใกล้เคียงจากปัญหาที่ดินบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-      สุไหงปาดี จำนวนทั้งสิ้น 890 คน กำหนดจัดกิจกรรม จำนวน 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 23-24 กันยายน 2561 ณ ห้องพญาตานี โรงแรม เซาท์เทิร์นวิว  อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี