ตรัง – กยท.เก็บยางประมูลไว้ขายหน้าแล้งเพื่อช่วยกระตุ้นราคา

ตรัง – กยท.เร่งเก็บยางที่ได้จากการประมูล เพื่อพยุงราคาในตลาดกลางเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วงราคาดิ่งลงต่ำ โดยไม่ปล่อยขายในตลาด เพื่อหวังดึงราคายางในขณะนี้ให้สูงขึ้น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 ที่สหกรณ์การเกษตรอุตสาหกรรมยางตรัง จำกัด ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเป็นสหกรณ์เครือข่ายตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ พบว่าสหกรณ์ต่างๆ เร่งนำยางแผ่นรมควันที่การยางแห่งประเทศไทย โดยหน่วยธุรกิจ BU ได้เข้าประมูลในตลาดกลางยางพารา หาดใหญ่ ช่วงที่ราคายางตกต่ำเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มาส่งให้แก่สหกรณ์การเกษตรอุตสาหกรรมยางตรัง จำกัด เพื่อนำมาเก็บรวบรวมและทำก้อนบรรจุถุงพลาสติกอย่างดี เพื่อนำไปเก็บไว้ในโกดัง เนื่องจากกยท.ยังไม่ต้องการนำยางทั้งหมดที่ได้จากการประมูลในตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ดังกล่าวจำนวนหลายร้อยตัน นำออกขายในตลาดขณะนี้ เนื่องจากขณะนี้พบว่าราคายางเริ่มกระเตื้องขึ้นมาอีกเล็กน้อย หลังตกต่ำลงมาอย่างมากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยางแผ่นรมควันลงไปเหลือกิโลกรัม 60.19 บาท ราคาน้ำยางสดเหลือกิโลกรัมละ 40 -41 บาท แต่เมื่อวานนี้ ราคายางแผ่นรมควันปรับขึ้นมาแล้วอยู่ที่กิโลกรัมละ 63.61 บาท และราคาน้ำยางสดในวันนี้ ชาวสวนขายได้ประมาณกิโลกรัมละ 46 – 47 บาท ซึ่งยังคงเป็นราคาที่ชาวสวนยางขาดทุน

ซึ่งหากกยท.นำยางแผ่นรมควันที่ได้จากการประมูลดังกล่าว ออกขายในตลาดจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมตลาดให้ราคาปรับลดลงมาอีก ซึ่งเป็นแนววิธีการหนึ่งที่กยท.โดยหน่วยธุรกิจ BU ดำเนินการในช่วงราคายางลดต่ำลง และบริษัทต้องการทุบราคาให้ลดต่ำลงไปอีก จึงเข้าประมูลยางมาเก็บไว้เอง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามข้อเรียกร้องของชาวสวน

นายถนอมเกียรติ ยิ่งฉ้วน ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรอุตสาหกรรมยางตรัง จำกัด กล่าวว่า ขณะที่ราคายางลดลงนั้น และเห็นว่าบริษัทจะจ้องทุบซื้อให้ต่ำลงไปอีก กยท. โดยหน่วยธุรกิจ BU จึงใช้วิธีการเข้าไปประมูลเองในตลาดกลางยางพารา เพื่อต้องการพยุงราคา รักษาเสถียรภาพราคายางไม่ให้ลดต่ำลงไปมากกว่านั้น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ตามข้อเรียกร้องของชาวสวนยาง เพราะราคาขณะนี้ ยังเป็นราคาต่ำที่ชาวสวนยางยังเดือดร้อน โดยยางแผ่นรมควันดังกล่าวกยท.จะยังเก็บไว้ โดยที่สหกรณ์การเกษตรอุตสาหกรรมยางตรัง จำกัด ซึ่งถือเป็นตลาดเครือข่ายตลาดกลางยางพารา จึงมีหน้าที่เก็บรักษายางเอาไว้ โดยพนักงานเร่งจัดทำก้อนบรรจุถุงอย่างดี เพื่อรักษาคุณภาพยาง เพราะภาพรวมในปีนี้ยางออกสู้ตลาดน้อย โดยคาดการณ์ว่า ยางภายในประเทศประมาณจาก 4 ล้าน 8 แสนตัน เหลือประมาณ 3 แสนหรือ 3.2 แสนตัน (สามแสนถึงสามแสนสองหมื่นตัน) ซึ่งถือว่าปริมาณยางน้อยมาก แทบจะขาดตลาด ทั้งนี้ เพราะผลสถานการณ์โควิด ที่นำเข้าแรงงานต่างชาติไม่ได้ ทั้งแรงงานกรีด และแรงงานแปรรูปยาง เพราะใช้แรงงานต่างประเทศทั้งหมด เมื่อแรงงานไม่มี ผลผลิตลดลง เกิดโรคระบาดใบร่วง และฝนตกชุก ทำให้ยางทั้งระบบ ทั้งน้ำยางสด น้ำยางข้น ยางแผ่นดิบ และยางแผ่นรมควันหายไปจากตลาด และในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าก็จะหยุดกรีด ทำให้อนาคตข้างหน้ายางขาดตลาดแน่นอน ขณะที่การซื้อขายยางของไทยเรายังยึดโยงอยู่กับตลาดซื้อขายล่วงหน้า ปัจจัยการเมือง เศรษฐกิจโลก จึงเชื่อว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ยางที่มีจะถูกแย่งกันซื้อในตลาด จะทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นแน่นอน ดังนั้น ยางที่ กยท.เข้าไปช้อนซื้อ จึงต้องเก็บไว้ ไม่นำออกสู้ตลาดในเวลานี้ เพราะจะเป็นการฉุดราคาให้ลดต่ำลงไปอีก และเก็บเอาไว้เก็งกำไรในวันหน้าจะเป็นผลดีต่อเกษตรกรชาวสวนยาง