ตรัง – เครือข่ายยาง ระบุสถานการณ์ราคายางผันผวนเกิดจากการเมืองโลก ราคาน้ำมัน ค่าเงินบาทแข็งตัว ทำให้บริษัทกลุ่มทุนฉวยโอกาสกดดันราคา ส่วนการประกันรายได้ของรัฐบาลมองว่าเป็นแค่การเยียวยาชดเชยให้เกษตรกรในช่วงราคายางตกต่ำที่ผ่านมา ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ราคา ณ ขณะนี้ พร้อมเสนอแนะรัฐบาลควรดำเนินการ 3 ข้อ จริงจังคือ ควรโอน พ.ร.บ.ควบคุมยางมาให้อยู่กับกยท. และบังคับใช้กฎหมายจัดการกลุ่มทุนอย่างเด็ดขาด ,ส่งเสริมโครงการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐให้เกิดผลจริงจัง เพราะที่ผ่านมาถือว่ายังทำไม่ได้ตามนโยบาย และให้แก้ไขผังเมืองรวม เพื่อให้เกิดการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง ลดปริมาณการส่งออก จะเป็นแนวทางการแก้ปัญหาราคาอย่างยั่งยืน

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 จากกรณีสถานการณ์ราคายางพารา ที่กำลังผันผวนหนัก โดยในระยะเพียงครึ่งเดือนราคายางปรับขึ้นกว่า 30 บาท โดยยางแผ่นรมควันขึ้นไปสูงสุดที่กิโลกรัมละ 80 บาท ราคาน้ำยางสดกิโลกรัมละ 70 บาท (ข้อมูล วันที่30 ต.ค.) แต่ในวันนี้ ราคายางแผ่นรมควันลดลงเหลือกิโลกรัมละ 61.37 บาท ราคาน้ำยางสดเหลือกิโลกรัมละ 41 บาท

นายถนอมเกียรติ ยิ่งฉ้วน ที่ปรึกษาประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (เสื้อสีส้ม) กล่าวว่า สถานการณ์ราคายางผันผวนเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ทำให้ราคายางในตลาดล่วงหน้าผันผวน ทั้งการเมืองโลกเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ราคาน้ำมันโลก และค่าเงินบาทแข็งตัว ทำให้บริษัทส่งออกยาง ฉวยโอกาสกดดันราคาทำให้ราคาลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง หวังให้ราคาลดลงไปอีก เพื่อจะได้กวาดซื้อเก็บไว้ เพื่อการส่งมอบให้แก่ประเทศคู่ค้าที่ทำสัญญาไว้ ขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงในขณะนี้ที่พบว่า ผลผลิตยางออกสู่ตลาดน้อยมาก อันเนื่องมาจากสภาพดินฟ้าอากาศ หน้าฝนคนกรีดยางน้อย โรงรมยางหยุดการผลิต หรือผลิตส่วนน้อย เพราะเสี่ยงขาดทุนจากราคาที่ลดลงต่อเนื่อง และอีกจำนวนมากขาดแคลนแรงงาน และบริษัทผลิตถุงมือยางต้องการยางเป็นจำนวนมาก ซึ่งความเป็นจริงจากสภาพการณ์ดังกล่าว ราคายางควรจะเพิ่มขึ้นไปอีก แต่กลับสวนทางกันด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าว ทั้งนี้ การที่ครม.มีนโยบายประกันรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางเมื่อวานนี้ ไม่ได้ส่งผลต่อราคายาง ณ.ปัจจุบันแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการชดเชยเยียวยาให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาราคายางพาราตกต่ำมาก่อนหน้านี้เท่านั้น ดังนั้น แนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาล ควรจะเข้าไปศึกษาในรายละเอียดของกลไกตลาดล่วงหน้า ที่มีผลต่อราคายางในตลาดกลางภายในประเทศ แล้วหาวิธีการจัดการ โดยเฉพาะการแต่งตั้งบริษัทลูกของ กยท.ให้แล้วเสร็จ เพื่อจะได้เข้าไปทำหน้าที่สอดส่องในตลาดล่วงหน้า การนำพ.ร.บ.ควบคุมยางมาบังคับใช้ เพราะขณะนี้ พ.ร.บ.ควบคุมยางไปอยู่กับกองการยาง กรมวิชาการเกษตร จึงไม่ได้นำมาบังคับใช้ตามกฎหมาย ควรจะโอนพ.ร.บ.ควบคุมยางมาไว้กับ กยท.เพื่อให้กยท.ใช้ควบคู่กับ พ.ร.บ.การยางให้เกิดประสิทธิภาพ รวมถึงรัฐบาลควรแก้ไขผังเมืองรวม เพื่อให้สามารถรองรับการผลิตแปรรูปยางในท้องถิ่นได้

ด้านนายประทบ สุขสนาน (เสื้อเจ็คเก็ตสีดำ) รองประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ กล่าวว่า เพียงไม่กี่วันราคายางปรับขึ้นลงผิดปกติกว่า 30 บาท โดยปรับราคาวันละประมาณ 5-6 บาท แต่ในวันนี้ดิ่งกลับลงมาอยู่เกือบบนฐานตั้งต้นใหม่ ทำให้เกษตรกรปรับตัวไม่ทัน รัฐบาลควรเข้ามาดูศึกษาในรายละเอียดถึงสาเหตุของราคาที่ขึ้นลงดังกล่าวด้วย โดยจะทำงานร่วมกันแบบบูรณาการทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้ง กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานปฏิบัติคือ กยท. จึงเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ดูศึกษาปัญหาและแก้ไขจริงจัง เช่น พ.ร.บ.ควบคุมยางที่ยังอยู่กับกรมวิชาการเกษตร ควรให้มาอยู่กับ กยท.ซึ่งเป็นฝ่ายปฏิบัติให้ได้มีอำนาจเต็มตามกฎหมายยสามารถจัดการกับบริษัทกลุ่มทุนที่อาจเข้ามากดดันตลาดได้ นอกจากนั้นในส่วนของนโยบายรัฐที่ ครม.อนุมัติ 8 หมื่นกว่าล้าน สุดท้ายไม่สามารถแก้ไขปัญหาราคายางได้ เช่น นโยบายส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ ที่ประกาศใช้ และทำเอ็มโอยูกันทั้งหมด 8 กระทรวง ยังไม่ไปถึงไหน ทำจริงแค่ 1-2 หน่วยงานเท่านั้น จึงอยากเรียกร้องให้ผู้นำรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาควบคุมดูแลเรื่องนี้ให้เป็นผลในทางปฏิบัติ