เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดตรัง สงขลา พังงา และภูเก็ต ก่อนร่วมวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ครั้งที่ 3/2563 ที่จังหวัดภูเก็ตในต้นสัปดาห์หน้า โดยในการลงพื้นที่จ.ตรัง ได้แก่ตรวจเยี่ยมโครงการแก้มลิงบ้านไร่ออก ต.บ่อหิน อ.สิเกา พร้อมรับฟังบรรยายสรุปความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการ โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.ตรัง เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ นายไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง หัวหน้าส่วนราชการ นักการเมืองท้องถิ่น และชาวบ้านให้การต้อนรับ จากนั้นนายเฉลิมชัย และคณะเดินทางต่อมายังสำนักสงฆ์เทพคีรีราษฎร์(เขาหน้าแดง) เขตรอยต่อบ้านนิคม หมู่ 7 ต.บ้านนิคม อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช กับบ้านควนขัน หมู่ 10 ต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง โครงการอ่างเก็บน้ำคลองซา ที่ยังประสบปัญหาชาวบ้านบางส่วนในพื้นที่ไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้าง จากนั้นเดินทางต่อไปยังชุมนุมสหกรณ์อุตสาหกรรมการยางตรัง จำกัด หมู่ที่ 8 ต.หนองปรือ อ.รัษฎา เพื่อมอบเงินรายได้เพิ่มแก่เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ที่จำหน่ายน้ำยางสดแก่สหกรณ์เพื่อผลิตเสาหลักนำทางยางพารา จำนวน 11 สหกรณ์ และร่วมพิธีลงนามซื้อขายน้ำสดเพื่อแปรรูปเป็นน้ำยางข้นผลิตเสาหลักนำทางยางพารา ระหว่างประธานชุมนุมสหกรณ์อุตสาหกรรมการยางตรัง จำกัด กับ ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย และเปิดป้ายชุมนุมสหกรณ์อุตสาหกรรมการยางตรัง จำกัด ณ หน้าอาคารที่ทำการชุมนุมสหกรณ์ เยี่ยมชมกระบวนการผลิตเสาหลักนำทางยางพารา ณ โรงงานผลิตของสหกรณ์

ภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการ นายเฉลิมชัย ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมเปิดสำนักงานตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ เขต 3 จังหวัดตรัง ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ในพื้นที่ของ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส. ตรัง เขต 3 พร้อมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ส.ส บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส. นครศรีธรรมราช นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส สงขลา น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ นายสมชาติ ประดิษฐพร นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ส.ส.สุราษฎร์ธานี โดยมีพี่น้องประชาชน กลุ่มแม่บ้าน และเจ้าหน้าที่ อสม. เข้าร่วมจำนวนมาก

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยพรรคประชาธิปัตย์ มีผลงานจับต้องสัมผัสได้ และช่วยเหลือพี่น้องประขาชนและเกษตรกรโดยตรง ขณะนี้เป็นเรื่องน่ายินดีที่ราคายางพาราได้สูงขึ้นไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 70 กว่าบาท โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ทำงานประสานอย่างเข้มแข็ง ทั้งการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และทุกภาคส่วน ในการตรึงรักษาระดับราคายางเช่นนี้ต่อไปเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารามีความสุขและยิ้มได้

นอกจากนี้ ยังจะต้องมีการพัฒนายางพาราไทยและปาล์มน้ำมันให้ควบคู่ไปอีกด้วย ตามนโยบาย “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ซึ่งเป็นความร่วมมือการทำงานระหว่างกระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่น และมั่นใจว่า เราจะทำงานในสิ่งที่ประชาชนต้องการ

“ในส่วนของโครงการประกันรายได้ชาวสวนยางเฟส 1 และ 2 นั้น เราได้เริ่มต้นเฟส2 ไปเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมผ่านมา โดยกำหนดราคายางแผ่น 60 บาท/กก. น้ำยางสด 57 บาท/กก. ยางก้อนถ้วย 46 บาท/กก. แม้ขณะนี้ราคายางแผ่นรมควันจะทะลุเกิน 60 บาท กก.ไปแล้ว แต่โครงการฯก็ยังคงต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งกระทรวงเกษตรฯได้เตรียมปรับเป้าหมายราคายางพาราให้สูงขึ้นมากกว่า 65 บาท/กก. หลังผ่านเป้าหมายแรก 60 บาท/กก. แต่โครงการประกันรายได้ชาวสวนยางพารา ระยะที่ 2 (เฟส 2) ก็ยังคงต้องดำเนินการต่อไป ผมยืนยันว่า จะทำให้พี่น้องเกษตรกรอยู่ดีกินดี ขอให้มั่นใจว่า เราจะดูแลพื้นที่ภาคใต้ให้พัฒนาดียิ่งขึ้นๆต่อไป โดยผมจะลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชน เพื่อให้ได้ข้อมูลมาร่วมกันแก้ไข เข้าถึงช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาให้มากที่สุด เพราะพี่น้องประชาชนไทยเปรียบเสมือนคนในครอบครัวเดียวกันทั้งหมด” นายเฉลิมชัย กล่าว