เผยผลงาน 4 ปีที่นราธิวาส มุ่งขยายโอกาสและสร้างความยั่งยืน “รองพาตีเมาะ” ดีใจที่ได้กลับมาเป็นรองผู้ว่าฯที่บ้านเกิด เร่งเดินสายเยี่ยม พบปะผู้นำไทย จีน อิสลาม เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางพัฒนา

นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวถึง ความทรงจำ 4 ปี ของการเป็น “รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส” ว่า ชีวิตเริ่มต้นการเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งแรกที่จังหวัดพัทลุง ประมาณปลายปี 2559-2560 โดยอยู่พัทลุงเพียงช่วงเวลาสั้นๆ 1 ปี ซึ่งชีวิตของการเป็นรองผู้ว่าฯจริงๆ เริ่มต้นที่จังหวัดนราธิวาส เพราะใช้เวลาอยู่ที่นี่นานกว่า 4 ปี ตั้งแต่ปี 2560-2563 และวันที่ 9 ตุลาคม 2563 มีคำสั่งแต่งตั้งเป็น “รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา”

การทำงานเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสที่ผ่านมา ตนมีโอกาสได้ทำงานด้านการวางยุทธศาสตร์การพัฒนา โดยการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งยอมรับว่า ปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการทำงานในช่วงสองปีแรกคือ สถานการณ์อุทกภัยที่ อ.แว้ง จ.นราธิวาส และสถานการณ์โควิด

สำหรับการพัฒนาจังหวัดนราธิวาส เราได้วางโครงสร้างการพัฒนาในระยะยาวไว้แล้ว 1.การออกแบบที่ปรึกษาเพื่อศึกษาเส้นทาง – เปิดเส้นทางใหม่ โดยออกแบบสร้างสะพานเชื่อมจากหาดนราทัศน์ ไปอ่าวมะนาว

“ขณะนี้ได้เสนอเรื่องเข้า ครม.เรียบร้อยแล้ว เพื่อศึกษาออกแบบสร้างสะพาน รองรับการขยายโครงข่ายคมนาคม และเตรียมพร้อมเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า”

2. ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อยกระดับเป็นแหล่งความรู้ ของชาวจังหวัดนราธิวาส 3.การพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อชุมชนอย่างยั่งยืน โดยการสร้างนักเล่าเรื่องชุมชนขึ้นมา เพื่อสื่อสารเรื่องราวของชุมชน เช่น การพาเที่ยวชมทะเลหมอกบูยง ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ และการท่องเที่ยวเชิงชุมชนทะเลหมอกเขาน้ำใสโดยเยาวชน ที่ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส

โดยช่วง 3-4 ปีของการเป็นรองผู้ว่านราฯ ในหลายๆ งาน เราทำงานโดยใช้มิติของผู้หญิง สถาบันการศึกษา และเยาวชนเข้าไปขับเคลื่อน เช่น การยกระดับการพัฒนาอาชีพ กลุ่มเยาวชนในการลงทุน SME และการยกระดับส่งเสริมการใช้วัสดุท้องถิ่นภายในจังหวัด นำมาผลิตเป็นหลอดจากกระจูดและฝางข้าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการผลิตแล้ว

นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนา เพื่อยกระดับสถาบันการศึกษาในพื้นที่นราธิวาสด้วย“นราธิวาส เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีต้นทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอุดมสมบูรณ์ มีความแตกต่างจากปัตตานี และยะลา เพราะมีพร้อมทั้งแม่น้ำ ทะเล และภูเขา

นอกจากนี้ ยังมีด่านชายแดน 3 ด่านคือ ด่านสุไหงโก-ลก ด่านตากใบ และด่านบูเก๊ะตา ที่ติดมาเลเซีย

นางพาตีเมาะ กล่าวต่อว่า การยกระดับด่านชายแดนไทย–มาเลเซียที่ผ่านมา เนื่องจากด่านสุไหงโก-ลกที่ตั้งอยู่ อ.สุไหงโก-ลก มีความแออัด จึงได้เสนอขยายด่านบูเก๊ะตา ที่อ.แว้ง จ.นราธิวาส ได้สำเร็จ ซึ่งได้ร่วมกับศอ.บต. ยกระดับด่านบูเก๊ะตา เพื่อเป็นด่านส่งออกพืชผลทางการเกษตรไปยังรัฐกลาตัน และรัฐตรังกานู มาเลเซีย ขณะนี้เกิดขึ้นแล้ว แต่เนื่องจากเจอสถานการณ์โควิดจึงเลื่อนเปิดด่าน พร้อมกันนี้ยังมีแนวคิดวางแผนยกระดับมิติด้านการท่องเที่ยวของสองประเทศ และตลาดสินค้าออนไลน์ไปยังมาเลเซีย

“การที่เราจะวางเมืองหนึ่งเมือง ชีวิตคนหนึ่งชีวิต เราต้องคิด เราต้องวางแผนร่วมกัน ทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกัน นี่คือสิ่งที่เราคิด แม้วันนี้เราไม่ได้เป็นรองผู้ว่านราฯ แต่แนวคิดเหล่านี้ เราได้เสนอ ครม.และผูกกับ
แผนพัฒนายุทธศาสตร์ของจังหวัดไว้แล้ว ทั้งหมดนี้เราตั้งใจเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความยั่งยืนให้จังหวัดนราธิวาส” นางพาตีเมาะ กล่าว และว่า

นราธิวาส เป็นจังหวัดที่มีต้นทุนสูง มีทรัพยากรในตัวเองสูงมาก เราแทบไม่ต้องตกแต่งอะไรมาก เราแค่ดึงสิ่งที่มีอยู่ออกมา เช่น นราธิวาส เป็นจังหวัด 1 ใน 10 ของ ประเทศไทย ที่มีอากาศใส สะอาด และบางวันขึ้นลำดับ 1 ของประเทศ

โดยสิ่งที่ตนตั้งใจทำให้จังหวัดนราธิวาสคือ การให้พี่น้องประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมทำหน้าที่ขับเคลื่อน โดยมีรัฐทำหน้าที่ช่วยหนุนเสริมให้เขาเดินได้ ปรับตัวได้ ซึ่งการเดินในทิศทางแบบนี้เป็นการเพิ่มโอกาส และสร้างความยั่งยืนให้กับนราธิวาส แม้วันนี้เราไม่ได้เป็นรองผู้ว่านราฯ แต่แนวคิดเหล่านี้ยังมีอยู่

เมื่อมีคำสั่งประกาศย้ายมาเป็น “รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา” วันที่ 9 ตุลาคม 2563 ตนรู้สึกดีใจไม่น้อยที่ได้กลับมาเป็นรองผู้ว่าฯที่บ้านเกิด เพราะแม้จะเป็นคนยะลา แต่ก็ทิ้งภูมิลำเนาไปทำงานอยู่ที่อื่นไม่ต่ำกว่า10 ปี ซึ่งยอมรับว่า สังคมวันนี้เปลี่ยนไป จึงเริ่มลงพื้นที่ไปทำความรู้จัก และทำเคารพพี่น้องประชาชนก่อนเป็นลำดับแก

อย่างไรก็ดี ภารกิจหลักที่จังหวัดยะลาคือ การดูแลเรื่องการศึกษา และเศรษฐกิจบางส่วน

“ตั้งแต่มายะลาวันที่ 9 ถึงวันนี้ยังไม่ได้หยุดพัก ลงพื้นที่ไปพบกลุ่มพี่น้องชาวจีน ฝากเนื้อฝากตัวกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา และเจ้าคณะจังหวัดยะลา รวมถึงพี่น้องเครือข่ายต่างๆ ในจังหวัดยะลา” นางพาตีเมาะ กล่าว