มูลนิธิสงเคราะห์​ผู้ประสบภัย​ 14​ จังหวัดภาคใต้​ นำโดย “เซี่ยงตึ๊ง” ระดมคนไทยเชื้อสายจีน มอบ 8 ล้าน แสดงพลังส่งกำลังใจให้ชาวอู่ฮั่น ต่อสู้ไวรัส

14 กุมภาพันธ์ 2563 มูลนิธิสงเคราะห์​ผู้ประสบภัย​ 14​ จังหวัดภาคใต้​ โดย ​มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี​ (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) ร่วมกับองค์กรมูลนิธิชาวไทยเชื้อสายจีน​ภาคใต้ ผู้ประกอบธุรกิจการค้าห้างร้าน ชมรมต่างๆนักเรียน นักศึกษา และประชาชน กว่า 500 คน พร้อมใจร่วมกิจกรรมแสดงพลังส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวอู่ฮั่น ประเทศจีน ต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ด้วยการเปล่งเสียง “อู่ฮั่นสู้ๆ” พร้อมโบกสะบัดธงชาติไทย-จีนอย่างพร้อมเพรียง และร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ

โดย​ นายจารุวัฒน​์ เกลี้ยงเกลา​ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา​ เป็นประธานในพิธี​ พร้อมด้วย​ นายอรุณชัย ศิริมหาชัย​ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) และประธานมูลนิธิสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งมีกงสุล​ใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำสงขลา นายหม่า เพิ่ง ชุนเป็นผู้แทนรับมอบเงินบริจาค เพื่อนำไปมอบให้พี่น้องชาวจีนที่กำลังเจ็บป่วย พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณชาวไทยทุกคนที่แสดงความห่วงใยและร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือกว่า 8,100,000 บาท และยังมีผู้บริจาคอย่างต่อเนื่อง ณ มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี​ อ.หาดใหญ่​ จ.สงขลา

ในงานมีป้ายแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์​เทือนขวัญ​ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา​ พร้อมส่งแรงใจให้ผู้บาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว​ และนายอรุณชัย ศิริมหาชัย มอบเงิน100,000 บาท ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตในโอกาสต่อไป

นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ ถืออีกวันหนึ่งที่พวกเราชาวใต้และชาวสงขลาได้ร่วมแสดงออกถึงความผูกพันฉันมิตรไปยังประเทศจีน โดยเฉพาะเมืองอู่ฮั่น ที่ประสบกับโรคภัยที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้และสร้างความกังวลให้กับผู้คนหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน

ประเทศไทยในฐานะที่เป็นเสมือน “เมืองพี่เมืองน้อง” เป็นมิตรที่มีความผูกพันกันมาอย่างยาวนาน คนไทยคนจีนถือว่าเป็นพี่น้องกัน ฉะนั้น เมื่อประเทศจีนประสบปัญหา เราในฐานะเมืองพี่น้องต้องร่วมกันให้กำลังใจแสดงความห่วงใยและร่วมช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

ในวันนี้พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนจากมูลนิธิองค์กรต่างๆ ทั่วภาคใต้ มารวมพลังให้กำลังใจและมอบเงินเพื่อเป็นการสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาของประเทศจีน และเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพความสามารถของประชาชน ภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และคณะผู้บริหารประเทศจะสามารถนำพาประเทศจีนให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้ สามารถสู้โรคร้ายให้หมดไปจากประเทศจีนในที่สุด

ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมให้กำลังใจแสดงความเป็นมิตร รวมถึงแสดงออกถึงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นความห่วงใยของพวกเราด้วยเช่นกันที่ห่วงใยและส่งกำลังใจต่อพี่น้องนครราชสีมาอีกด้วย

 

“ผมขอบคุณทุกองค์กรที่พร้อมใจกันช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังประสบสถานการณ์อันเลวร้าย โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน การแสดงความห่วงใยไปยังชาวจีน จะเป็นการสร้างมิตรไมตรีให้มีความแน่นแฟ้นมากขึ้น” ผู้ว่าฯ สงขลา กล่าว

“ประธานส่งฮี” นายอรุณชัย ศิริมหาชัย กล่าวถึงที่มาของการจัดงานว่า เนื่องด้วยการเกิดวิกฤติเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น และแพร่ระบาดไป
หลายประเทศทั่วโลก มีประชากรป่วยจำนวนมาก โดยประชาชนชาวไทยจึงร่วมส่งกำลังใจ เพื่อแสดงถึงความมีน้ำใจต่อประชาชนจีนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้
มูลนิธิสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 14 จังหวัดภาคใต้ โดย “เซี่ยงตึ้ง” เป็นพี่ใหญ่ในการประสานไปยังสมาคมมูลนิธิภาคใต้ สมาคมไทย-จีนจังหวัดสงขลา สมาคมตระกูลแซ่ต่างๆ ด้วยองค์กรก็ดีส่วนตัวก็ดี มาร่วมกันแสดงพลังและบริจาคเงินเพื่อแสดงความห่วงใยชาวจีน จึงเกิดเป็นกิจกรรมในครั้งนี้ โดยในสถานการณ์เช่นนี้จะพบมิตรแท้ “จีนและไทย” เปรียบเสมือนพี่น้องกัน ด้วยพลังแห่งมิตรภาพแสดงออกถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับจีนที่มีมาอย่างยาวนาน

“ผมเชื่อมั่นว่า ประเทศจีน ภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง​ ด้วยความรักความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชนจีนจะต้องผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ และรอวันฟื้นคืนกลับมาเหมือนเดิมในที่สุด ขอให้โรคระบาดผ่านพ้นไปในเร็ววัน”

ขณะเดียวกัน จากเหตุการณ์ความสูญเสียที่นครราชสีมา สร้างความสลดใจให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ในฐานะคนไทยด้วยกันพวกเราขอร่วมส่งกำลังใจ และร่วมยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมบริจาคเงินช่วยเหลืออีกด้วย นับเป็นการจุดประกายกายส่งกำลังให้ชาวโคราช
ประธานส่งฮี กล่าวว่า ผลการตอบรับกิจกรรมในวันนี้ ผู้คนทั้งในนามองค์กรและส่วนตัวมาร่วมอย่างล้นหลาม ซึ่งตั้งเป้าเงินบริจาคไว้ประมาณ 5 ล้านบาท ขณะนี้มียอดบริจาคกว่า 8 ล้านบาท นับว่าสำเร็จเกินคาด ทำให้เห็นถึงพลังใจของชาวไทยเชื้อสายจีนที่ห่วงใยและรักใคร่ ร่วมส่งกำลังใจไปยังอู่ฮั่น ขอบคุณประชาชนภาคใต้ทุกคนที่ร่วมแรง ร่วมใจ

ขณะที่ นายหม่า เพิ่ง ชุน กล่าวขอบคุณชาวไทยที่แสดงความห่วงใยและร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือว่า ตนรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งที่ได้มาร่วมงานในวันนี้ เพื่อส่งกำลังใจให้กับประเทศจีน ซึ่งจัดโดยมูลนิธิสงเคราะห์​ผู้ประสบภัย​ 14​ จังหวัดภาคใต้ พร้อมทั้งสมาคมมูลนิธิต่างๆ และหน่วยงานในพื้นที่ภาคใต้

“ผมขอขอบพระคุณทุกท่านจากใจจริง ในนามสถานกงสุล​ใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำสงขลา ผมขอขอบคุณชาวไทยเชื้อสายจีนในภาคใต้ และองค์กรต่างๆ ที่ได้มาร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนประเทศจีน ให้ผ่านพ้นวิกฤติเช่นนี้ไปได้”

การที่ได้มารวมตัวกันเพื่อส่งกำลงใจในครั้งนี้ ไม่เพียงชาวอู่ฮั่นเท่านั้นที่รับทราบ ประชาชนชาวจีนทุกคนก็รับทราบเช่นเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศจีนรู้สึกขอบคุณประเทศไทยที่ได้ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด และการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้ผู้คนทั่วโลกได้รับทราบว่าประเทศไทยได้ให้การช่วยเหลือประเทศจีนด้วยดี

สำหรับประเทศจีนให้ความสำคัญในการป้องกัน ควบคุม และรักษาโรคนี้เป็นอย่างมาก ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ออกแถลงการณ์และคำชี้แจงหลายครั้ง เพื่อให้ประชาชนป้องกันและควบคุมโรคได้ด้วยตนเอง ด้วยท่าทีที่มีความรับผิดชอบอย่างสูง ทางการจีนได้ร่วมปรึกษากับองค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและรักษาโรคตั้งแต่แรก พร้อมทั้งเชิญผู้เชี่ยวชาญเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย

รัฐบาลและประชาชนชาวจีน เร่งรัดตอบสนองกับโรคระบาดที่ร้ายแรงชนิดนี้ ที่สามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทั่วโลกทึ่งกับวิธีการจัดอันรวดเร็ว และแข็งแรงของชาวจีน โดยวิศวกรมืออาชีพ ที่ได้ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงพยาบาลโดยใช้เวลาเพียง 10 วัน จึงแล้วเสร็จ หรือการปิดเมืองอู่ฮั่นก็เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของจีน ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน

“เราอยู่ในโลกใบเดียวกัน เป็นประชาคมร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ไม่ว่าชนชาติใดหรือบุคคลใดก็ไม่สามารถอยู่อย่างโดเดี่ยวได้ ภัยพิบัติและภัยธรรมชาติสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัย ทุกระดับ และทุกเวลา เมื่อเกิดภัยพิบัติในลักษณะนี้ขึ้นมา ทุกคนจะต้องร่วมมือกันเพื่อให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เรามักจะพูดกันบ่อยๆ ว่า ที่ไหนมีความยากลำบาก ก็จะได้รับความช่วยเหลือจากทุกสารทิศ”

เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในอู่ฮั่นครั้งนี้ ไม่เป็นแต่เพียงบททดสอบของประชาชนจีน แต่เป็นของประชาชนทั่วโลกด้วย ประเทศจีนและไทย จับมือกันร่วมกันต่อสู้โรคซาร์ส เหตุการณ์คลื่นสึนามิที่ทะเลจีนใต้ และวิกฤติเศรษฐกิจเอเชีย ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่าโรคระบาดครั้งนี้ เราจะสามารถต่อสู้และเอาชนะได้ในที่สุด

“วันนี้ผมได้เห็นถึงน้ำใจ การร่วมมือช่วยเหลือของชาวเชื้อสายจีนที่อยู่ในภาคใต้ ทำให้ผมได้รับรู้ถึงมิตรภาพระหว่างไทย-จีน ที่เป็นพี่น้องกัน เรามักจะพูดกันเสมอว่า เราจะพบมิตรแท้ในยามยาก และผมจะจดจำมิตรภาพที่แท้จริงของชาวไทยไปตลอดกาล ผมรักประเทศไทย ผมรักพวกคุณ ขอให้มิตรภาพระหว่างไทยกับจีนยั่งยืนตลอดไป” กงสุนจีน กล่าว และว่า

ในปีนี้เป็นการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทย-จีน ครบรอบ 45 ปี ขอให้ทั้งสองประเทศมีความเจริญรุ่งเรืองและประชาชนมีความสุข จีนและไทยเป็นพี่น้องกัน เราจะร่วมกันฟันฝ่าต่อสู้โรคนี้ไปให้ได้