เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา พร้อมด้วย พล.อ.ธวัธชัย สมุทรสาคร รองประธานฯ และคณะ โดยมี พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.สงขลา พร้อมด้วย นายกิตติชัย ธรรมศิริพงษ์ นายกสมาคมโลจิสติกและขนส่งภาคใต้ ตัวแทนภาคเอกชนและนายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ลงพื้นที่ด่านศุลกากรสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อรับข้อมูลการพัฒนาด่านสะเดาแห่งใหม่และสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ ที่มีปัญหาสะสมเรื่องสร้างเสริจไม่มีทางทางเชื่อมต่อไปยังประเทศมาเลเซีย มีเพียงทางเชื่อมเล็กๆมายังด่านพรมแดนปัจจุบันเท่านั้น มีการเจรจากับทางรัฐบาลมาเลเซียมาโดยตลอดแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ เนื่องจากมาเลเซียได้สร้างด่านใหม่ซึ่งตรงกับด่านสะเดาปัจจุบันเสร็จเรียบร้อยพร้อมเปิดใช้แล้วเมื่อปี 61

นายอาทิตย์ วิสุทธสมาจาร นายด่านสะเดาชี้แจงต่อกรรมาธิการว่า ปัญหาด่านสะเดาแห่งใหม่สร้างเสร็จไร้ทางเชื่อมไปยังมาเลเซีย เป็นประเด็นที่ผู้ใหญ่ในรัฐบาลตลอดจนกรรมาธิการชุดต่างๆได้รับทราบข้อมูลแล้ว ทุกฝ่ายพร้อมใจกันแก้ปัญหาหาทางออกเพื่อให้ด่านสะเดาแห่งใหม่เปิดใช้ได้และให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือการสร้างถนนเชื่อมต่อจากถนนกาญจนวณิช ที่บริเวณหน้าค่าย ตชด.ไปยังด่านสะเดาแห่งใหม่ระยะทาง 1.2กม ขนาด 8 ช่องจราจร กว้าง 40 เมตรโดยใช้งบประมาณ 180 ล้านขั้นตอนอยู่ในระหว่างการรออมุมัติงบกลางของรัฐบาล หากสร้างถนนเส้นนี้เสร็จสามารถเปิดใช้ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ได้ทันที เพื่อให้รถขนสินค้าใช้เส้นทางนี้วิ่งเข้าด่านใหม่ แล้วย้อนกลับมาสู่ประเทศมาเลเซียที่ด่านปัจจุบันไปพรางๆ ก่อน

ขณะเดียวกันได้ตั้งคณะทำงานฝ่ายประเทศไทย มีนายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธาน พร้อมด้วยนายยุทธนา พูลพิพัฒน์ ผอ.ศภ.4 นายอาทิตย์ วิสุทธสมาจาร นายด่านสะเดาและคณะทำงานด้านเทคนิคชี้จุดพิกัดเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดา ได้เจรจาร่วมกับ นาง Siti HaiJar Adnin ผู้อำนวยการงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย และคณะ เมื่อวันที่ 4 กพ.63 ได้บรรลุข้อตกลง ทางมาเลเซียยอมตัดเส้นทางเชื่อมต่อด่านสะเดาแห่งใหม่โดยรถที่ออกมาเลเชียเบี่ยงขวาก่อนถึงด่านปัจจุบัน50 เมตร ไปเข้าสูประเทศไทยที่ด่านขาออกทางทิศตะวันออกห่างด่านปัจจุบันและด่านใหม่ 500 เมตร กรรมาธิการการคมนคมรับทราบพร้อมนำเสนอไปยังรัฐบาลต่อไป ก่อนยกคณะทั้งหมดไปดูด่านปาดังเบซาร์

ด้าน พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.สงขลาได้นำเสนอนโยบายพัฒนาขนส่งระบบรางที่ต้องดำเนินการในจังหวัดสงขลาอย่างเร่งด่วน เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า โดยขอการสนับสนุนจากรัฐบาลเร่งสร้างรถไฟรางคู่ 3 เส้นทาง 1. ปาดังเบซาร์-หาดใหญ่ 2. หาดใหญ่-ควนมีด-นาทับ(ท่าเรือสงขลาแห่งใหม่) 3.ควนมีด-สุไหงโกลก ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาลของรัฐบาลในการปรับปรุงการขนส่งรถไฟรางคู่ภาคใต้สู่อาเซียน

และพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้ทันสมัย สร้างรถไฟฟ้ารางเบาเส้นทางด่านนอก-สะเดา-คอหงส์-เมืองสงขลา และรถไฟโมโนเรล รอบพื้นที่ธุรกิจหาดใหญ่จาก บ้านพรุ-เทศบาลนครหาดใหญ่-สนามบินหาดใหญ่ ซึ่งรถไฟฟ้ารางเบาและโมโนเรลนี้สร้างขึ้นมาเพื่อส่งเสริมสงขลาให้ทันสมัยกับการเป็นเมืองธุรกิจอันดับหนึ่งของภาคใต้ต่อไป อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวสงขลาเมืองมรดกโลก และพัฒนาเส้นทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ตามถนนไทรบุรีที่ชาวสงขลาได้ร่วมบุกเบิกสมัยรัชกาลที่ 5 โดยจะมีศึกษาความเป็นไปได้และหาผู้ลงทุนร่วม(PPP)กับภาครัฐและเอกชน กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา

(สุวิทย์ แก้วห่อทอง รายงาน)