ชาวพัทลุงออกมาจับจ่ายซื้อขนมเดือนสิบที่ตลาดสดเทศบาลพัทลุงกันอย่างคึกคัก เพื่อนำทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ในช่วงประเพณีวันสารทเดือนสิบ การทำบุญวันส่งตายายหรือวันบุญหลัง วันที่ 17 กันยายน

ผู้สื่อข่าวรายงายจากจังหวัดพัทลุงว่า วันที่ 15 กันยายน 2563 ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองพัทลุงประชาชนชาวจังหวัดพัทลุง ได้ทยอยเดินทางออกมาเลือกซื้อขนมเดือนสิบ กันอย่างเนืองแน่น เพื่อเตรียมไว้สำหรับนำไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองกับครอบครัวในช่วงประเพณีวันสารทเดือนสิบ ในวันที่ 17 กันยายน 2563 ซึ่งจะเป็นการทำบุญวันส่งตายายหรือการทำบุญหลัง สำหรับการทำบุญวันรับตายายหรือทำบุญแรก เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา

ส่วนราคาขนมที่จะใช้ในประเพณีงานเดือนสิบ ทั้งขนมเทียน ขนมลา ขนมพอง ขนมเปซำ ขนมบ้า ราคายังเหมือนปีที่ผ่านมาแม้ว่าวัตถุดิบที่นำมาทำขนมจะปรับขึ้นราคาก็ตาม โดยขนมลาแผ่น กิโลกรัมละ 220 บาท แบ่งขายเป็นพับๆ ละ 50 บาท ขนมเปซำ ขนมบ้า ขนมเทียน ชิ้นละ 2 บาท และขนมลายอดราคาชิ้นละ 10 บาท

นางนันทา นินสุวรรณ อายุ 70 ปี แม่ค้าขายขนมเดือนสิบที่ตลาดสดเทศบาลเมืองพัทลุงกล่าวว่า ปีนี้มีประชาชนชาวจังหวัดพัทลุงออกมาซื้อขนมเดือนสิบเตรียมไว้ก่อนที่จะทำบุญในวันที่ 17 กันยายน ที่จะถึงนี้เป็นจำนวนมาก และราคาของขนมเดือนสิบปีนี้ยังไม่ปรับราคายังขายในราคาเดิมของปีที่แล้ว แม้ปีนี้ราคาข้าวเหนียวขยับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งขนมเดือนสิบส่วนใหญ่ทำมาจากแป้งข้าวเหนียวและวัตถุดิบอื่นก็ปรับราคาเช่นกัน ขนมที่จะต้องใช้ในเดือนสิบ แม่ค้าก็จะจัดแบ่งขายเป็นถุงๆ ไว้ด้วย รวมทั้งขนมพอง ขนมลา ซึ่งจะขายถุงละ 30 – 35 บาท เพื่อให้ประชาชนได้เลือกซื้อตามความต้องการ

ขณะที่ความหมายของขนมเดือนสิบ “ขนมลา” มีความหมายใช้แทนเสื้อผ้าที่อุทิศให้เปรตชน หรือบางท่านเชื่อว่าเส้นของลาเล็ก ๆ ทำเปรตกินได้ เพราะเชื่อว่าเปรตมีปากเล็กเท่ารูเข็ม “ขนมพอง” มีความหมายใช้แทนเป็นเครื่องประดับมีสีสันสวยงาม “ขนมเปซำ” หรือขนมเจาะหู มีความหมายใช้แทนเงินทอง เพราะมีลักษณะกลมเจาะรูตรงลางคล้ายกับเงินสตางค์ที่มีรูตรงกลาง ซึ่งใช้กันในสมัยก่อน “ขนมบ้า” มีความหมายใช้แทนเงินเหรียญเพราะมีลักษณะเป็นแผ่นกลมคล้ายเหรียญ และ “ขนมเทียน” มีความหมายใช้แทนหมอน


สำหรับประเพณีวันสารทไทย หรือวันสารทเดือนสิบ เป็นประเพณีทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งการทำบุญในเดือนสิบ ก็จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 เป็นวันบุญแรก หรือวันรับตายาย ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 3 กันยายน 2563 และวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เป็นบุญหลัง หรือวันส่งตายาย ซึ่งตรงกับวันที่ 17 กันยายน 2563 ตามความเชื่อทางพุทธศาสนาถือว่าพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องตกนรก หรือเรียกว่าเปรตนั้น จะได้รับอนุญาตให้มาพบกับญาติของตนในเมืองมนุษย์ได้ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 และกลับไปสู่นรกดังเดิม ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ดังนั้น จึงมีการทำบุญใน 2 ช่วง ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ก็จะนิยมทำบุญกันในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 หรือวันส่งตายาย เพราะมีความสำคัญมากกว่า แต่ก็จะมีบางครอบครัวจะทำบุญทั้งวันบุญแรกและวันบุญหลัง


## ณรงค์ศักดิ์ บุญน้อย ผู้สื่อข่าวจังหวัดพัทลุง