7 มกราคม 2561 นายภาณุ อุทัยรัตน์ พล.อ.วิวรรธน์ ปฐมภาค นายจำนัล เหมือนดำ ผู้แทนผู้แทนพิเศษรัฐบาล นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ร่วมงาน ในพิธีฉลองอายุวัฒนมงคล ครบรอบ 81 ปี พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส และ เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดยผู้นำศาสนา 2 ศาสนา พุทธและอิสลาม ผู้นำชุมชน และกลุ่มสตรีชาวไทย-มุสลิม รวมถึงชาวมาเลเซีย เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน ที่วัดประชุมชลธารา ต.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

พระเทพศีลวิสุทธิ์ เผยว่า งานในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ถวายพานพุ่ม และเงินร่วมทำบุญ 10,000 บาทด้วย

“ดีใจที่ได้เห็นความสมัครสมานสามัคคีระหว่างชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมที่มาร่วมงานในครั้งนี้ เราทุกคนควรจะรักษาคุณงามความดีที่เรามีให้แก่กันและกันไว้ให้คงอยู่ตลอดไป เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นพลังสำคัญที่จะทำให้ชุมชนของเราเข้มแข็ง และความสันติสุขก็จะเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ได้ในเร็ววัน”

โดยจัดงานดังกล่าวขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีประชาชน 2 ศาสนา ทั้งพี่น้องชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิม มาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้คน 2 ศาสนิก ได้มาร่วมพบปะกัน สังสรรค์กัน ลดความหวาดระแวงต่อกัน

“ที่นี้เราอยู่กันอย่างสันติ ไม่มีการแตกแยก จัดงานที่ไม่ผิดหลักศาสนา เพื่อสานใจกันระหว่างชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม ให้ได้พบปะ เกิดความเข้าใจ งานนี้จัดมา 19 ปี ทุกคนเข้าใจกัน มาช่วยกัน” พระเทพศีลวิสุทธิ์ กล่าว

นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่น่าชื่นชม และยินดีเป็นอย่างยิ่งในพิธีอายุวัฒนะมงคลของท่านเจ้าคณะจังหวัด “พระเทพศีลวิสุทธิ์” ทั้งพี่น้องไทยพุทธและไทยมุสลิมต่างมาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม และได้มีผู้หลัก ผู้ใหญ่ ท่านภาณุ อุทัยรัตน์ พลวิวรรณ ปฐมภาค ท่านจำนัล เหมือนดำ นายอำเภอ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้บังคับการตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และพี่น้องประชาชนจากหลายพื้นที่ ทั้งจากต่างจังหวัด และประเทศมาเลเซีย สิงค์โปร์ เข้าร่วมในพิธีวันนี้ด้วย

“หัวใจสำคัญ คือ การสร้างความรัก ความสามัคคี ให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะนราธิวาส ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของคณะนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ในการสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ”

นายเอกรัฐ กล่าวต่อว่า ในส่วนตัวผมมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส มีการกำหนดวาระ 7 วาระเมืองนราธิวาส น่าอยู่ อย่างยั่งยืน ซึ่งวาระที่7 นั้นเป็นเรื่อง “รัก สามัคคี” ที่เราได้เน้นอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้ได้เห็นภาพพี่น้องประชาชนได้มาร่วมกัน ทั้งการร่วมออกร้านจัดบูธภายในงาน หรือร่วมกิจกรรมต่างๆ

“ผมขอยืนยันว่า ในเรื่องหลักการศาสนาในเรื่องพิธีกรรมศาสนา ทุกคนมีความเคารพนับถือต่างกัน เวลาในการทำพิธีทางศาสนาก็แยกกันไปทำ แต่ในส่วนของการใช้ชีวิต ในการสร้างความรักสามัคคีในสังคม ทั้งเรื่องของวัฒนธรรม เรื่องการพัฒนา เรื่องการทำกิจกรรมต่างๆ เรามาร่วมกันได้ เช่นเดียวกับงานวันนี้ ที่ถือเป็นภาพที่สวยงาม โดยมีนักเรียนมารับทุนการศึกษาจำนวนมาก ทั้งจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม นักเรียนจากโรงเรียนรัฐบาล นักเรียนพุทธ มุสลิม”

นายเอกรัฐ กล่าวต่ออีกว่า ในนามผู้ว่า ราชการจังหวัด คิดว่า สุไหงปาดี น่าจะเป็นพื้นที่ที่ควรจะนำไปขยายผล และนำไปดำเนินการในพื้นที่ต่างๆให้เป็นไปในลักษณะนี้มากขึ้น ทั้งนี้ผมได้มีโครงการวัฒนธรรม พหุสังคม ที่จะเกิดมากขึ้นในพื้นที่ ในปี 2562 – 2563 นี้

พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร) รักษาการเจ้าคณะภาค 7 ประธานโครงการหมู่บ้านศีล 5 กล่าวว่า โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมของศาสนาเกิดขึ้นเมื่อปี 2557 โดยคณะคสช.ได้บริหารประเทศอยากได้หลักธรรมพระพุทธศาสนาเพื่อจะสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติให้เกิดความรัก ความสามัคคี ให้ประเทศชาติของเราเดินหน้าไปได้อย่างยั่งยืน มั่นคง มั่งคั่ง และมีความสงบร่มเย็น เป็นสุข

โดยหลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหามังคลาจารย์ ประธานผู้อำนวยการได้ให้หลักธรรมหมู่บ้าน โครงการการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อให้เกิด เช่นพี่น้องชาวใต้เป็นชาวไทยพุทธ มุสลิม ให้เกิดความปรองดอง สามัคคี รู้เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา โดยนำศาสตร์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาใช้ ก็สามารถสร้างความรัก ความสามัคคี

“พระเทพศีลวิสุทธิ์ ใช้กาวใจ ใช้หลักความเมตตาธรรม และใช้โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิด โดยใช้โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 คือ คนเราต้องไม่เบียดเบียน ไม่ฆ่ากัน ไม่ลักขโมย ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดเท็จหลอกลวงกัน ไม่ดื่มสุรา ยาเสพติด ก็สามารถสร้างความอยู่ดี กินดี ความรัก ความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชนได้”

พระพรหมเสนาบดี กล่าวต่อว่า การลงมาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลวงพ่อประทับใจมากเลย ที่พระเทพศีลวิสุทธิ์ สามารถเป็นกาวใจให้คนไทยพุทธ และคนไทยมุสลิมสามารถอยู่ด้วยกัน ด้วยความปรองดอง สมาฉันท์ ซึ่งสอดคล้องกับโครงการนี้ ทำให้เห็นถึงพหุวัฒนธรรมทั้งศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ที่ทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดี ฉะนั้นเมื่อมีการทำความเข้าใจกัน ความคุ้นเคยกัน ความหวาดระแวงจะไม่เกิดขึ้น เกิดแต่ความเมตตา ความไว้เนื้อเชื้อใจ เป็นเสมือนฉันพี่น้อง มีความรัก ความสามัคคีที่เกิดกับพี่น้อง ตำบล และกลายเป็นส่วนนึงของประเทศชาติ

นายวิวัฒน์ ว่องไว ผู้ใหญ่บ้านบ้านน้ำขาว หมู่ที่ 3 ต.กายูคละ อ.แว้ง จ.นราธิวาส กล่าวว่า ตนเป็น มีความรู้สึกภาคภูมิใจที่ว่า หมู่บ้านของเรามีทั้ง 2 ศาสนา มีพหุวัฒนธรรมที่ชาวไทยพุทธ ไทยมุสลิม อยู่ร่วมกันได้ เรามีการทำความสะอาดวัด ทำความสะอาดมัสยิด โดยทำร่วมกันมาตลอด ซึ่งหมู่บ้านของเราเป็นหมู่บ้านต้นแบบกลุ่มออมทรัพย์ดีเด่น กลุ่มสตรีดีเด่น รางวัลวัดดีเด่น โดยปีนี้ที่ภาคภูมิใจที่สุด รางวัลแหนบทองครั้งที่ 3 และได้รับรางวัลบ้านสวย เมืองสุข ในระดับเขต จังหวัดและในภาคด้วย

นายอนันต์ ชอบชื่น บ้านไอร์เจี๊ยว ม.5 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส กล่าวว่า เป็นตัวแทนผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลสากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส การได้รับรางวัลในวันนี้เรารู้สึกยินดี การปฏิบัติตามศีล 5 เป็นวิถีของชาวพุทธอยู่แล้ว เพราะจะทำให้ชาวพุทธมีศีลในตัว ประพฤติปฏิบัติดีด้วย