“นราธิวาส” เสริมสร้างสมรรถนะสตรีมะนารอ สู่สถาบันครอบครัวเข้มแข็ง เพื่อก้าวสู่สตรีต้นแบบในวิถีทางโลกปัจจุบัน “ผู้ว่าฯเอกรัฐ”​ หนุนยกระดับสตรีให้เป็นผู้นำสตรีที่มีศักยภาพ

24 สิงหาคม 2563 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างสมรรถนะสตรีมะนารอ สู่สถาบันครอบครัวเข้มแข็ง ประจำปี 2563 โดยมี นาวาตรีหญิง โนสมา หลีเส็น ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนราธิวาส นางวิลาวัณย์ ต่วนเพ็ง ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนกลุ่มสตรีทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาสกว่า 300 คนเข้าร่วม

ปัจจุบัน สตรีไทยเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ และกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายกรมการพัฒนาชุมชน ส่งเสริมการพัฒนาสตรีในชนบทให้มีขีดความสามารถในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสตรีในหมู่บ้าน/ตำบลด้วยตนเอง โดยสนับสนุนให้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาสตรีขึ้นทุกระดับ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาคและระดับประเทศ

อีกทั้ง สนับสนุนให้สตรีมีบทบาทสำคัญในด้านต่างๆ เท่าเทียมกับบุรุษอย่างต่อเนื่องเสมอมา จึงทำให้บทบาทสตรีเป็นที่ยอมรับ จากสังคมโดยทั่วไป โดยในแต่ละปีได้ส่งเสริมให้สตรีทุกจังหวัด ร่วมกันจัดกิจกรรมที่แสดงออกถึงพลังความรักสามัคคี ความร่วมมือร่วมใจในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถิ่นของตนในโอกาสวันสำคัญต่าง ๆ

โดยจังหวัดนราธิวาส ได้กำหนดดำเนินการจัดงาน โครงการเสริมสร้างสมรรถนะสตรีมะนารอ สู่สถาบันครอบครัวเข้มแข็ง ประจำปี 2563 เนื่องในโอกาสวันสตรีไทย เพื่อให้สตรีนราธิวาส ได้แสดงพลังแห่งความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อีกทั้ง แสดงพลังแห่งความรัก ความสามัคคี ซึ่งสตรีมีต่อกันทุกหมู่บ้านทุกตำบล สามารถสร้างสรรค์เป็นผลงานด้านต่างๆ โดยกิจกรรมในงาน ประกอบด้วย การแสดงของสตรี การมอบโล่เกียรติคุณสตรีที่มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2563 การบรรยายในหัวข้อ “มะนารอ อาหารพอเพียง ปลอดภัยใกล้ครัว การพัฒนาศักยภาพสตรีเพื่อก้าวสู่สตรีต้นแบบ และศาสนากับครอบครัวในวิถีทางโลกปัจจุบัน” ด้วย

นายเอกรัฐ หลีเส็น กล่าวว่า วันที่ 1 สิงหาคม เป็นวันสตรีไทย ซึ่งเป็นวันที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงไทย มีโอกาสแสดงถึงความรู้ ความสามารถในการพัฒนาประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันสังคม ในปัจจุบันสตรีมีบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญมากขึ้น ทั้งต่อครอบครัวและต่อสังคม ทำให้สตรีต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องเหมาะสมกับบทบาทหน้าที่และสภาวการณ์ต่างๆ รวมทั้งแสวงหาความรู้และแนวคิดใหม่ๆ ให้กับตนเอง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และสังคมเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพที่โดดเด่น น่าเชื่อถือ สร้างการยอมรับ เป็นฐานพลังในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน ให้ประสบความสำเร็จ

และเพื่อยกระดับสตรีให้เป็นผู้นำสตรีที่มีศักยภาพและประสิทธิภาพ เพื่อให้เท่าทันสังคมยุคปัจจุบันและเพื่อพัฒนากระบวนการส่งเสริมความอบอุ่นและเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวผ่านการทำกิจกรรมร่วม เสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครอบครัวและชุมชน

สำหรับสตรีไทยในยุคปัจจุบัน นับว่าได้รับการพัฒนาและส่งเสริมบทบาทให้เด่นชัดอย่างต่อเนื่องในทุกรัฐบาล เพื่อเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ โดยเฉพาะเป็นพลังที่แข็งแกร่งในการปกป้องสถาบันที่สำคัญของชาติ เพื่อให้ดำรงคงอยู่คู่ประเทศไทยไปชั่วนิรันดร์ จึงต้องเป็นสตรีที่มีความรู้ความสามารถครบถ้วนทุกๆ ด้าน ทั้งด้านการงานและด้านครอบครัว พร้อมทั้งต้องก้าวทันกับยุคสมัยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสังคม โดยมีองค์กรสตรีทุกระดับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน ผลักดันอย่างต่อเนื่องเช่นกัน