“ผู้ว่าฯจารุ​วัฒน์”​ เปิดเวทีพัฒนาท่องเที่ยว-กระตุ้นเศรษฐกิจ หลังรัฐผ่อนคลายโควิด-19 ดึงศักยภาพ​สู่ท่องเที่ยวคุณภาพ-วิถีใหม่ยั่งยืน “อ.จุมพล”​แนวทาง 3 ระยะเชื่อมโยงทั้งจังหวัด​ “ปธ.พิชัย”​ ให้ฟันธง​ 3 เรื่องเด่น พัฒนาในทิศทางเดียว​กัน

17 มิ.ย. 63 ที่ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อม นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นำภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ นายกิจจา ไวชมภู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา, นายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ นายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่, สถาบันการศึกษา อาทิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.), องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ร่วมประชุมหารือกรอบนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา หลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการในสถานการณ์โควิด-19

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้คลี่คลายในระดับหนึ่ง ประกอบกับรัฐบาลได้ผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการต่างๆ เป็นลำดับ จังหวัดสงขลา จึงเล็งเห็นความสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดได้ จึงได้ประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา หลังสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในด้านธุรกิจการท่องเที่ยว (โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ), แหล่งท่องเที่ยว, กิจกรรมการท่องเที่ยว, การประชาสัมพันธ์ และด้านอื่นๆ ซึ่งจะต้องดำเนินการภายใต้มาตรการคุมเข้มของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ปรับสู่ชีวิตวิถีใหม่ New Normal อย่างแท้จริง
“เราดึงศักยภาพจุดเด่นของจังหวัดในด้านต่างๆมาเป็นกรอบในการดำเนินกิจกรรม ทั้งในเรื่องอัตลักษณ์ ประจำถิ่น วัฒนธรรมที่หลากหลาย ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติประวัติศาสตร์ย่านเมืองเก่าสู่เมืองมรดกโลก ศูนย์กลางจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ศักยภาพด้านอาหาร-การช้อปปิ้ง เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง แหล่งท่องเที่ยวรองเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวหลัก “เชิงศรัทธา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมอาหาร วิถีชุมชน ธรรมชาติที่สวยงาม (สะพานเกาะใหญ่) สู่การท่องเที่ยวคุณภาพ วิถีใหม่ยั่งยืน” ผู้ว่าฯ จารุวัฒน์​ กล่าว

ผศ.ดร.จุมพล ชื่นจิตต์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายกฎหมายและบริการวิชาการ ม.อ. กล่าวว่า การคิดงาน
เรื่องการท่องเที่ยว​ สิ่งแรกที่อยากจะให้เห็นเป็นภาพใหญ่​คือ ต้องมีการเชื่อมโยง ซึ่งทั้งจังหวัด​สงขลา อบจ.สงขลา หรือเทศบาลต่างๆ ล้วนมียุทธศาสตร์ในเรื่องการท่องเที่ยว​

ฉะนั้น เรื่อง​เร่งด่วน​จำเป็น​ที่ต้องทำในระยะแรก คือ จับยุทธศาสตร์​ของแต่ละหน่วยงาน​มาเชื่อมโยง​กันเชื่อมข้อมูล​ กิจกรรมเข้าด้วยกัน ลงมือทำในภาพใหญ่​ของจังหวัด และโยงเครื่อง​ไม้เครื่องมือที่มีเหมือนกันซ้ำกัน หรือใกล้เคียง​กันให้ร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกัน หากเป็นเช่นนี้ได้จะเกิดการเชื่อมโยง​ที่ทุกภาค​ส่วน​ในจังหวัด​สงขลา​ ทำให้เกิดเป็นวาระ

หลังจากที่เชื่อมโยงแล้ว เรื่องใดที่ต้องทำเร่งด่วนทันที ควรกำหนดกิจกรรม​แผนงานออกมาให้ชัดเจน เช่นการกระตุ้นการท่องเที่ยว​ด้วยการออกโปรแกรมท่องเที่ยว​ที่เป็นเมืองคู่ เช่น สงขลา-พัทลุง​ สงขลา-สตูล​ หรือจัดกิจกรรมในช่วงที่มีการออกผลผลิต​ทางการเกษตร​ ผลไม้ต่างๆ กิจกรรมประกวดทุเรียนพื้นบ้าน​ พร้อมสอดแทรกวิชาการ การตอบปัญหา​ด้านทุเรียน การจำหน่ายผ่านออนไลน์​เข้าไปด้วย ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ​การท่องเที่ยว​

ในระยะที่ 2 ประมาณ​ 3-4 เดือน​ข้างหน้า​ต้องมาคิดว่าจะทำอะไร​ต่อไป เช่น กำห​นด​การจัดกิจกรรม​ใหญ่ขึ้นมา โดยทุกภาค​ส่วน​ทั้งหมด​มีส่วนร่วม​

และระยะที่ 3 เป็น​เรื่องเร่งด่วน​จำเป็นระยะยาว การกำหนดฐานข้อมูล​เรื่องการท่องเที่ยว​ ดังนั้น เราต้องเคาะออกมา​ให้ได้ว่าสถานที่ท่องเที่ยว​ของสงขลา​มีที่ไหนบ้าง เช่น หัวเขาแดง ควนคานหลาว บ้านลิวงค์​ น้ำตกโตนงาช้าง ฯลฯ จากนั้นดึงที่เที่ยวนั้นให้โดดเด่น รวมถึงดึงกิจกรรม​ท่องเที่ยวที่เด่นออกมา และประชาสัมพันธ์​โดยให้หน่วยงาน​ของรัฐ สำนักงานประชาสัมพันธ์​จังหวัด​ เป็นแม่งานในการรับข้อมูลต่างๆ และดึงภาคเอกชน​เข้ามา อาทิ หอการค้า​จังหวัด สถาบันการศึกษา ​เพื่อกำหน​ดการประชาสัมพันธ์​ที่เต็มรูปแบบ

ทั้งนี้​ อาจจะต้องตั้งคณะกรรมการ​ชุดเล็กซึ่งมีหน่วยงาน​ภาครัฐ​ เอกชน​ สถาบัน​การศึกษาต่างๆ เข้ามาโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด​เป็นประธา​น เพื่อที่สามารถ​ร่วมพูดคุย​กันในกลุ่มเล็กได้บ่อยและต่อเนื่อง​ งานที่ออกมาก็จะเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นายพิชัย จงไพรัตน์ ประธาน​สมาพันธ์​เอส​เอ็มอีไทย​จังหวัด​สงขลา​ กล่าวว่า จากการเข้าร่วมเวทีหารือ
กรอบนโยบายพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัด​สงขลา สมาพันธ์ฯ ได้เสนอว่า เวทีระดับจังหวัด จัดประชุมหารือ ต้อง
ทำเรื่องยากๆ และทำให้สำเร็จ เช่น จัดเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ภาครัฐทุกหน่วยงานให้เป็นทิศทางเดียว​กัน (Direction) และการท่องเที่ยวเดียวกันกับภาคเอกชน

เมื่อวาง Direction แล้วยุทธศาสตร์ไม่ควรเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ให้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์จังหวัดชัดเจน และพัฒ​นาไปตาม Direction นั้น เช่น ที่ผ่านมาอำเภอ​หาดใหญ่​ หรือย่านเมืองเก่าสงขลา ก็เคยทำ Workshop หา DNA กันแล้ว ก็ต่อยอดพัฒนาไปสู่ Direction การท่องเที่ยว ไม่ใช่หา DNA ซ้ำแล้วซ้ำอีก

“ผมเห็นด้วยกับไอเดียการท่องเที่ยวทุกอย่างที่กล่าวมา เช่น MICE, Medical Tourism, ท่องเที่ยวชุมชน,มรดกโลก, กีฬา, การศึกษา, Festival และอื่นๆ แต่จำเป็นต้องเลือกเฉพาะบางอย่างมาส่งเสริมอย่างจริงจัง(Focus) มิเช่นนั้น จังหวัด​สงขลา จะไม่มีอะไรสักอย่าง ที่โดดเด่นและแข่งขันได้” นายพิชัย กล่าว และว่า

เราควรฟันธง 3 เรื่องหลักที่โดดเด่นใน​จังหวัด​มาพัฒนาอย่างชัดเจน และทุกภาคส่วนมุ่งไปในทิศทางเดียว​กัน​ เมื่อคนมาเที่ยว​สงขลาจะนึกถึงใน 3 เรื่องนี้ แต่การพัฒนา​เรื่องอื่นๆ ก็ไม่ทิ้ง เพียงแต่ต้องเน้นเรื่องหลัก