พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์ และความก้าวหน้าในการดำเนินงานของหน่วยงานในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ และเป็นตัวแทนรัฐบาลมาให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) โดยมีนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พลตำรวจโท รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พลเรือโท สำเริง จันทร์โส ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการปฏิบัติงาน


โดย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้กล่าวมอบนโยบายการปฏิบัติงาน ภายหลังรับฟังการบรรยายสรุป ซึ่งได้เน้นย้ำให้ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง( PIPO) ต้องตรวจสอบความถูกต้องของเรือ คนประจำเรือ เครื่องมือการทำประมง รวมถึงสัตว์น้ำและเอกสารต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการทำประมงที่ถูกกฎหมาย ต้องมีการตรวจสอบแรงงานภาคประมง ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว และเวียดนาม โดยจะต้องเป็นแรงงานถูกกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานในภาคประมงเกิดปัญหาการค้ามนุษย์ หรือแรงงานบังคับ นอกกจากนี้จะต้องผ่านการคัดกรองโควิด-19 ตามที่รัฐกำหนดและต้องมีมาตรการสร้างการรับรู้ความเข้าใจประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ที่ได้รับผลกระทบและได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึงครบถ้วน


ซึ่งจากการดำเนินการภายใต้ข้อกฎหมายและมาตรการต่างๆ นั้น รัฐบาลได้รับทราบปัญหา และผลกระทบที่เกิดกับพี่น้องชาวประมง และได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับแก้ไขปัญหาเพื่อให้ชาวประมงสามารถประกอบอาชีพทำการประมงได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการบริการจัดการด้านการประมงของประเทศที่มีประสิทธิภาพ


ด้านนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สำหรับด้านการควบคุมการทำการประมง ได้มีนโยบายเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรกับชาวประมง เช่น กิจกรรมขยะคืนฝั่งทะเลสวยด้วยมือเรา กิจกรรมคืนชีวิตสู่ทะเลปล่อยปูไข่นอกกระดองคืนธรรมชาติ กิจกรรมประชาสัมพันธ์นำการจับกุม ประกอบด้วย การสอนลงพิกัดในระบบ GPS บนเรือประมง กิจกรรมพาไต๋เยี่ยมศูนย์ฯ เพื่อพัฒนาสัมพันธ์ เสริมสร้างความรู้ และการสอนการเขียนสมุดบันทึกการทำการประมงที่ตรวจพบข้อผิดพลาด ซึ่งทุกกิจกรรมได้รับการตอบรับจากชาวประมงเป็นอย่างดี ในด้านแรงงานภาคประมง ได้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาการค้ามนุษย์หรือแรงงานบังคับ


ลำหรับจังหวัดสงขลามีจำนวนแรงงานในภาคเรือประมงจำนวน 2,598 ราย แรงงานส่วนใหญ่สัญชาติไทย รองลงมาคือ กัมพูชา และพม่า พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรงรัดดำเนินการทำงานอย่างเป็นระบบบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานด้วยเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ประมงไทยยั่งยืน
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคนที่มีความทุ่มเท เสียสละและให้ความร่วมมือในการดำเนินภารกิจต่าง ๆของรัฐบาล พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังในช่วงที่รัฐบาลเพิ่มมาตรการผ่อนปรน โดยยึดมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและมาตรการทางสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบที่ 2

ข้อมูลข่าวและที่มา
ผู้สื่อข่าว : ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด
ผู้เรียบเรียง : สุนทรี ทับมาโนช
แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา