…..ประธานรุ่นเสือเหลือง ม.ว.87 “โยธิน” สืบอุดมการณ์พ่อสู่ถนนการเมือง…..

คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า โรงเรียนมหาวชิราวุธจังหวัดสงขลา คือสถาบันการศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการผลิตบุคลากร ที่เป็นเลิศของประเทศ หลายคนมีคุณงามความดีเป็นที่ยกย่องในสังคมรวมทั้งมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในสาขาวิชาชีพต่างๆมาตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี จึงไม่แปลกที่ปัจจุบันโรงเรียนมหาวชิราวุธ ได้รับความเชื่อถือว่าเป็นโรงเรียนที่มีส่วนหล่อหลอม ให้นักเรียนจบมาเพื่อรับใช้สังคม

นายโยธิน ทองเนื้อแข็ง เจ้าของ หจก.วไลก่อสร้าง นักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ ประธานรุ่น ม.ว.87 เสือเหลือง ซึ่งเป็นนักเรียนเก่าอีกรุ่นที่มีความโดดเด่นอยู่ในขณะนี้ เล่าถึงที่มาในการก่อตั้งและที่มาของชื่อรุ่น “เสือเหลือง” ว่าเกิดมาจากความรักความผูกพันและความภูมิใจที่มีต่อโรงเรียน

รวมทั้งความต้องการที่จะ “ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” ตามคำสอนของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นักเรียนเก่ามหาวชิราวุธที่พวกเราให้ความเคารพนับถือ เรายึดถือสิ่งนี้เป็นหัวใจหลักในการปฏิบัติตนเสมอมา

ปัจจุบันนักเรียนเก่าส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จจะเป็นกำลังสำคัญในการกลับมาช่วยเหลือโรงเรียนโดยมีโซเชียลมีเดีย ทำหน้าที่เป็นสื่อสารสัมพันธ์จนเกิดความเข้มแข็งของกลุ่มนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ ทำให้ได้กลับมาร่วมกิจกรรมของนักเรียนเก่าด้วยกัน

ในการแข่งขันฟุตบอลประเพณีนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ น้ำเงิน-ขาว คัพ โดยจะกำหนดให้ทุกรุ่นที่เข้าร่วมการแข่งขัน นำพระนามแฝงของล้นเกล้ารัชกาลที่6 มาตั้งเป็นชื่อรุ่นเช่น เขียวหวาน พระขรรค์เพชร อัศวพาหุ พรานบุญ หรือเสือเหลือง เป็นต้น

นายโยธิน กล่าวถึงแนวคิดในการขับเคลื่อนกลุ่มว่า รุ่น ม.ว.87 เสือเหลือง รวมตัวกันมาประมาณ 10 ปี โดยช่วงแรก เริ่มจากไปมาหาสู่กันเพียงไม่กี่คนตามงานต่างๆจนปัจจุบันมีเพื่อนในรุ่นเดียวกันเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่างๆเกือบ 400 คน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสามัคคีและช่วยเหลือเกื้อกูลกันในรุ่นเพราะเรารักกันและจะไม่ทอดทิ้งกันและยังสามารถ ช่วยเติมเต็มให้กับสังคมได้อีกด้วย

“ผมเริ่มเข้าเรียนชั้นม.1 เมื่อปีพ.ศ. 2526 และเรียนที่นี่จนจบม.6 สำหรับเพื่อนนักเรียนเก่ารุ่นเดียวกันที่โดดเด่นปัจจุบัน ก็มี พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) รศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ ว่าที่อธิการบดี มสธ. พล.ต.นิมิตต์ สวรรณรัฐ และอีกหลายคนครับ”

นายโยธิน กล่าวว่า มหาวชิราวุธ สอนให้เราเป็นคนดี และรู้จักรักษาความดี ให้เหมือนเกลือรักษาความเค็ม และยังบ่มเพาะให้มีภาวะความเป็นผู้นำอีกด้วย

“ผมรู้สึกภูมิใจที่จบจากรั้วมหาวชิราวุธแห่งนี้ซึ่งมีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กรุ่นหลัง”  และอยากฝากข้อคิดที่ท่าน พลเอกเปรม ได้กล่าวไว้ถึงพี่น้องนักเรียนเก่า และนักเรียนรุ่นปัจจุบันว่า “อย่าให้ โรงเรียนมหาวชิราวุธ เป็นแค่ โรงเรียนที่เคยรุ่งเรือง แต่จะต้องเจริญรุ่งเรืองถึงปัจจุบันและสืบไป” โดยต้องขยันทั้งด้านวิชาการ และด้านกิจกรรม รวมถึงปลูกฝังในการทำความดีควบคู่ไปด้วย
“ผมอยากเห็นนักเรียนเก่า และปัจจุบันทุกรุ่นมีความสำเร็จในชีวิตกันทุกคน”

นายโยธิน ยังกล่าวถึงกรณีที่โรงเรียนมหาวชิราวุธถูกมองว่าเป็นสถาบันบ่มเพาะนักการเมือง ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศที่มีชื่อเสียงและเป็นคนสงขลาส่วนใหญ่จะจบจากโรงเรียนนี้ ถือว่าสถาบันแห่งนี้สามารถสร้างคนให้มีความรู้ความสามารถได้มาก ทำให้มีภาวะการเป็นผู้นำที่ดีในสังคมเพิ่มขึ้นด้วย ถือเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้มหาวชิราวุธมีความโดดเด่นเป็นที่ยอมรับในสังคม หากมองถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักเรียนเก่า มหาวชิราวุธ แต่ละคนต่างมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป ส่วนจะเลือกใครคงให้เป็นหน้าที่ของประชาชนเป็นคนตัดสิน

ต่อข้อถามเรื่องการเข้าสู่การเมืองท้องถิ่นในอำเภอกระแสสินธุ์นั้น นายโยธิน กล่าวว่า ตนมีความตั้งใจ ที่จะสืบสานภารกิจเพื่อประชาชน ของพ่อ(สจ.เปรม ทองเนื้อแข็ง อดีต สจ.อ.กระแสสินธุ์)

“ผมคลุกคลีกับการเมืองโดยมีพ่อเป็นแบบอย่างและปฏิบัติให้ผมเห็นว่า การเป็นนักการเมืองต้องรู้จักคำว่าเสียสละ อดทน และทำให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์มากที่สุด หรือช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นคือสิ่งที่พ่อสอนผมมาตลอด จนทำให้ผมรู้สึกผูกพันกับชาวบ้านและการเมืองท้องถิ่นจนกระทั่งพ่อได้เสียชีวิตลง มีคำถามว่าไม่มีสจ.เปรม แล้วชาวบ้านจะเป็นอย่างไร ผมจึงตอบชาวบ้านให้มั่นใจว่าถึงพ่อจะไม่อยู่แต่ผมอยู่และพร้อมที่จะสืบสานงานของพ่ออย่างเต็มที่ หากพี่น้องชาวบ้านให้โอกาสผม ผมอยากเห็นอำเภอกระแสสินธุ์พัฒนายิ่งขึ้นและคนกระแสสินธุ์ อยู่กันอย่างมีความสุขที่สุด” นายโยธิน ทองเนื้อแข็ง กล่าวทิ้งท้าย

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง