มูลนิธิรัชกิจประการ-มนตรี “ดร.นาที รัชกิจประการ”​ ห่วงใยบุคลากร​แพทย์เมืองลุง​ มอบห้องตรวจเชื้อความดันลบแบบเคลื่อนที่ “ผู้ว่าฯกู้เกียรติ” ผ่อนคลายระยะที่ 3 หลังไม่พบผู้ติดเชื้อ 2 เดือน

นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อม นพ. จรุง บุญกาญจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทลุง นพ. ไพศาล เกื้ออรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง และเจ้าหน้าที่​โรงพยาบาล​พัทลุง ร่วมรับมอบห้องตรวจเชื้อความดันลบแบบเคลื่อนที่ (Negative pressure SWAB ROOM) สำหรับใช้เก็บสิ่งส่งตรวจ โดยไม่ต้องสัมผัสกับผู้ป่วย โดย ดร.นาที รัชกิจประการ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการมูลนิธิรัชกิจประการ-มนตรี มอบให้แก่โรงพยาบาลพัทลุง มูลค่ากว่า 1 แสนบาท เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างความปลอดภัยให้กับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ณ โรงพยาบาลพัทลุง อ.เมือง​ จ.​พัทลุง​

ดร.นาที รัชกิจประการ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นด่านหน้าในการรักษาผู้ป่วย เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากอุปกรณ์ทางการแพทย์ยังมีไม่เพียงพอ เสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อได้

ดังนั้น มูลนิธิมูลนิธิรัชกิจประการ-มนตรี จึงได้จัดโครงการ “เพื่อนฮีโร่ไทย สู้ COVID-19”​ เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ให้ปลอดภัยจากการปฏิบัติงานตรวจหาเชื้อ โดยได้จัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ ต่อการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อวรัส COVID-19 มอบให้โรงพยาบาลพัทลุง

ห้องตรวจเชื้อความดันลบแบบเคลื่อนที่ดังกล่าวใช้สำหรับเก็บสิ่งส่งตรวจ โดยไม่ต้องสัมผัสกับผู้ป่วย ปลอดภัยและประหยัดชุดป้องกันทางการแพทย์ ทำงานด้วยระบบความดันลบ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อสู่ภายนอก โดยอากาศที่ไหลออกจากห้อง จะถูกดูดออกผ่านพัดลมดูดอากาศ ฆ่าเชื้อโดยหลอดยูวีอี สามารถกรองอนุภาพขนาดเล็ก เช่น พีเอ็ม 2.5 รวมถึงแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสได้ถึง 99.97% จึงปลอดภัยต่อเจ้าหน้าที่ และบุคคลภายนอก นับว่าเป็นประโยชน์ทางการแพทย์เป็นอย่างมาก

ด้าน นายกู้เกียรติ วงศ์กะพันธุ์ เผยถึงสถานการณ์​โควิด-19 ของจังหวัดพัทลุงว่า จนถึงขณะนี้ จังหวัดพัทลุง ไม่พบผู้ติดเชื้อโรคไวรัส COVID-19 เป็นเวลาร่วม 2 เดือน โดยผู้ติดเชื้อรายสุดท้าย พบเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2563

สำหรับมาตรการผ่อนคลาย ที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดพัทลุง ได้ออกประกาศ ฉบับที่ 13 เป็นเรื่องของการอนุญาตให้มีการประชุมสัมมนา ได้ครั้งละไม่เกิน 100 คน

นอกจากนี้ เป็นเรื่องการจัดกิจกรรมทางสังคม เช่น การจัดงานมงคล งานพิธีกรรมทางศาสนา งานบรรพชา-อุปสมบท งานฉลองมงคลสมรส งานบำเพ็ญกุศลศพ แต่ทุกคนที่มาร่วมงานต้องมีมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อ ทั้งการรักษาความสะอาด การล้างมือด้วยเจลแฮลกอฮอล์ การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง โดยสามารถจัดเลี้ยงอาหารแขกที่มาร่วมงานได้ แต่ห้ามจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์ ห้ามจัดเลี้ยงสุรา เครื่องดื่มแฮลกอฮอล์ และห้ามจัดแสดงมหรสพ ดนตรี

ส่วนการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ ยังคงห้ามจัดเลี้ยงอาหารภายในงาน เนื่องจากว่าการควบคุมผู้ไปที่ไปร่วมงานค่อนข้างยาก อาจจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ได้ แต่อนุญาตให้เจ้าภาพจัดอาหารมอบให้แขก เพื่อนำกลับไปรับประทานที่บ้าน