ไม่ร่ำรวยเงินทอง แต่รวยน้ำใจ! “ยายออน” อาชีพ​เก็บของเก่าขาย แบ่งปัน​ข้าวสาร-ผักปลูกเอง “ผู้ว่าฯ เอกรัฐ”​ชื่นชม ยกเป็นแบบอย่างคนมีน้ำใจ เตรียม​เชิดชูต่อไป

จากที่ นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นาวาตรีหญิง โนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ห่วงใยประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ร่วมบรรจุสิ่งของลงใน “ตู้ปันสุข”​ ตู้แบ่งปันน้ำใจ ณ บริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นการแบ่งปันน้ำใจให้แก่ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา

นายเอกรัฐ หลีเส็น เผยว่า สิ่งหนึ่งที่สามารถสะท้อนออกมาได้ดีจากการจัดตั้ง “ตู้ปันสุข”​นั่นคือความมีน้ำใจของการเป็นผู้ให้ ที่ทุกคนสามารถเป็นได้ รวมถึงความสุขใจของการร่วมเป็นผู้ให้และผู้รับ

 

โดยมีการนำสิ่งของประเภทอาหารแห้ง เช่น ข้าวสาร บะหมี่สำเร็จรูป นม น้ำดื่ม ปลากระป๋อง ไข่ไก่ และอื่น ๆ ที่ไม่เน่าเสียง่าย เช่น ของใช้ในครัวเรือนที่จำเป็น นำมาใส่ในตู้ปันสุข เพื่อส่งต่อให้คนที่เดือดร้อนนำไปใช้บริโภคตามความต้องการ และแต่พอดี เป็นการแบ่งปันสิ่งของให้แก่ผู้เดือดร้อนจากสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยมีเจ้าหน้าที่คอยหน้าอำนวยความสะดวกในการจัดคิวให้มีการเข้าแถวเว้นระยะห่าง และมีการหยิบแต่พอสมควร

นอกจากนั้น​ ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาสยังมรการตั้งตู้แบ่งปันน้ำใจอีกหลายแห่ง และมีทุกอำเภอใน​จังหวัด​นราธิวาส​ เพื่อแบ่งปันให้กับผู้ยากไร้ ที่สามารถมาหยิบไปได้แต่พอดี เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในเบื้องต้น

นอกจากผู้รับแล้ว ยังมีกลุ่มผู้ให้ที่คอยมาเติมของตู้ปันสุข ทั้งส่วนราชการ พ่อค้าประชาชน ข้าราชการ และอีกหลายภาคส่วน

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจ มีคุณยายท่านหนึ่ง ทราบชื่อว่า “คุณยายออน” จะแวะเวียนมาที่ตู้ปันสุข หน้าจวนผู้ว่าฯ นราธิวาส เกือบทุกวัน ไม่ได้แวะมาหยิบของในตู้แต่อย่างใด แต่คุณยายแวะมาเติมของในตู้ ข้าวสารบ้าง ผักสวนครัวบ้าง เช่น ผักบุ้ง มะเขือ พริก

จากที่เจ้าหน้าที่สอบถามทราบว่าคุณยายมีอาชีพเก็บของเก่า ขวดพลาติกขาย และเป็นแม่บ้านที่รีสอร์ท​เงินทองไม่ได้มีมากมาย แต่มีน้ำใจคิดแบ่งปันความสุขให้คนอื่น โดยการซื้อข้าวสาร สัปดาห์ละ 3 กระสอบๆ ละ 49 กิโลกรัม​ แล้วมาใส่ถุงๆ ละ 1 กิโลกรัม​ เพื่อนำไปใส่ตู้แบ่งบันทุกจุดในเมืองนราธิวาส รวมทั้งที่หน้าจวนผู้ว่าฯ ด้วย แล้วยังนำผักสวนครัวที่ปลูกไว้ที่บ้านมาใส่ในตู้แบ่งปัน

“ถือเป็นอีกแง่มุมที่ดีของสังคม ยายออนแม้ไม่ได้มีมากมาย แต่รู้จักแบ่งปันน้ำใจให้กับคนที่ลำบากกว่า ผมขอชื่นชม และนับถือน้ำใจคุณยายอย่างยิ่ง และการประชุมในโอกาสต่อไป จะนำเรื่องราวของยายออนชื่นชมและเชิดชูเป็นแบบอย่างต่อไป”​

อยากฝากข้อคิดที่ว่า “การที่จะช่วยคนอื่นเราไม่จำเป็นต้องร่ำรวย คุณยายออนไม่ได้ร่ำรวย แต่ท่านร่ำรวยน้ำใจที่รู้จักแบ่งปัน​”​

 

เราคนไทยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน หรือศาสนิกใด เราเป็นคนไทยอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารขององค์พระมหากษัตริย์ เราต้องมีความรัก ความสามัคคี มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ เอื้ออาทร หากมีมากก็สามารถแชร์แบ่งปันให้คนอื่นในเยามวิกฤติโควิดเช่นนี้