ในปัจจุบันแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื่อไวรัสโควิด – 19 จะดีขึ้นจากเดิม แต่ก็ยังคงต้องดูแลและป้องกันอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ยังคงเดินหน้าในการผลิตและส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามกำลังความสามารถและความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาต่อไป

ศาสตราจารย์ดร.สุวัจน์ ธัญรส อธิการบดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ร่วมส่งมอบอุปกรณ์ในการป้องกันเชื้อโรคโควิด ๑๙ โดยเป็นการประดิษฐ์คิดค้น โดยคณาจารย์ บุคลากร ของคณะต่างๆ เป็นการร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ประกอบไปด้วย หน้ากากผ้าสะท้อนน้ำที่สามารถซักได้มากกว่า 30 ครั้ง และป้องการการติดเชื่อได้อย่างดี ซึ่งทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้รวมพลังตัดเย็บอย่างละเอียด FACE SHIELD ป้องกันเชื้อโรค เป็นการจัดทำจากคณะศิลปศาสตร์ นำไปใช้ได้จริงเพราะวัสดุที่ใช้ได้รับการยอมรับจากโรงพยาบาลต่างๆ นอกจากนี้ยังกล่องป้องกันเชื้อโรคฟุ้งกระจาย และแผงกั้นการตรวจผู้ป่วย ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้นำแนวคิดจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงมาประยุกต์ใช้และพัฒนาให้นำไปใช้ได้จริงและป้องกันการแพร่เชื้อได้ในระดับสูง

ทางมหาวิทยาลัยยังคิดค้นต่อไปด้วยการผลิตชุดPPE ป้องกันสำหรับคุณหมอและพยาบาล โดยได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะบริหารธุรกิจ ตัดเย็บชุดที่ใช้ผ้าที่มีการป้องกันได้ดีกว่าที่ใช้อยู่ทั่วไป มีความคงทน แข็งแรง ดูแลง่ายใช้งานซ้ำได้หลายครั้ง ในการสื่อสารทำความเข้าใจกับบุคลากรแลประชาชนทั่วไป คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีได้จัดทำเกร็ดความรู้อนิเมชั่น ที่เข้าใจได้ง่าย นำไปเผยแพร่ตามสื่อโซเชียลต่างๆ เพื่อเป็นอีกช่องทางในการป้องการและให้ทุกคนไดรับความรู้ความเข้าใจของโควิด-19

สำหรับการช่วยเหลือและการอาสาพัฒนาชุมชนในสถานการณ์โรคโควิด-๑๙ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ยังได้พัฒนาและสร้างห้องความดันลบสำหรับผู้ป่วยโรคโควิด-๑๙ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้ออันตรายสู่ภายนอก แก่สถานพยาบาลในพื้นที่ จังหวัดสงขลา ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช ปัตตานี โดยมีตัวแทนจากโรงพยาบาล คณะแพทย์มาร่วมรับมอบ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ยังคงสร้างและเน้นการพัฒนานวัตกรรมบริการทางวิชาการที่อาสาพัฒนาชุมชนในสถานการณ์โรคโควิด-๑๙ อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสนอ เพราะเชื่อมั่นว่าการร่วมด้วยช่วยกันจะทำให้ทุกๆฝ่ายผ่านปัญหาและอุปสรรคไปได้ด้วยดี และจะยังดำเนินการต่อไปเรื่อยๆตามความต้องการของโรงพยาบาลและตามความเหมาะสมจนกว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะหมดไป