ถอดบทเรียน ‘พอเพียง’ “ภูมิปัญญาบัญชี” สร้างวิถีสู่อนาคต

กก.สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ สงขลา ถอดบทเรียนเกษตรทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อน SMEs ใช้หลักภูมิปัญญาบัญชี รู้รายรับรายจ่ายสร้างวิถีสู่อนาคต

“พี่ฮุ้ง” นางสาวจุตพร แซ่ลิ่ม กรรมการสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดสงขลา เผยว่า จากการเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นการจัดทำโครงการหน่วยจัดการสุขภาวะ จังหวัดสงขลา ณ สยามนครินทร์คอมเพล็กซ์ เพื่อขับเคลื่อน Node Flagship จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา

ในนามของตัวแทนสมาพันธ์ฯ มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สังคมเป็นสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน” เพื่อให้สงขลาพัฒนาพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดยแบ่งเป็นทีมทำงานออกเป็น 5 ทีมคือ อำนวยการ คอยควบคุมทุกส่วน, พี่
เลี้ยง ดูแลโครงการ หนุนเสริมเอกสารการเงิน,วิชาการ ให้คำแนะนำปรึกษาการทำโครงการ องค์ความรู้ต่าง ๆ, การสื่อสาร สื่อสารงานที่ทำสู่สาธารณะ และบริหาร จัดการบริหาร ซึ่งจะแบ่งตามหน้าที่ที่ทุกคนถนัด

“พี่จะอยู่ในทีมพี่เลี้ยง ลงพื้นที่ จัดอบรมและศึกษาดูงานแปลงต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ใช้ศาสตร์พระราชาเศรษฐกิจพอเพียง อาทิ การสวนยางเชิงเดี่ยวปรับเปลี่ยนเป็นปลูกพืชแซม อย่าง ผักสวนครัว” รวมถึงถอดบทเรียนจากศูนย์เรียนรู้กสิกรรมไทย
บ้านภูลิตา อ. รัตภูมิ จ.สงขลา และชุนชนการเรียนรู้ที่มีอยู่แล้ว ทั้งยังช่วยจัดทำงบการเงิน เอกสารของ
ชาวบ้าน การทำรายงาน การหาตลาด ตามที่สมาพันธ์ฯ มีความถนัด

“ศาสตร์พระราชา การทำเกษตรที่ยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมี 3 มิติคือ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ใน 3 มิติมีการทำการเกษตร 5 รูปแบบคือ เกษตรแนวทฤษฎีใหม่, เกษตรอินทรีย์, เกษตรผสมผสาน, เกษตรธรรมชาติ และวนเกษตร” พี่ยุ้งกล่าว และว่าจะนำเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นต้นแบบ ระบบเกษตรที่มีกิจกรรมการผลิตหลากหลายชนิด โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน

1.  ขุดสระกักเก็บน้ำ 30%

2.  ปลูกข้าว 30%

3.  ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น 30%

4.  สร้างสิ่งปลูกสร้าง อาทิ ที่อยู่อาศัย โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ฉาง 10% ทั้งนี้ เป็นไปตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่

ประโยชน์จากการทำเกษตรในรูปแบบทฤษฎีใหม่ มีความมั่นคงทางด้านอาหาร พออยู่พอกิน เลี้ยงตนได้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัดสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า เป็นแนวทางการเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง ผสมผสาน
การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประมงไว้ด้วยกัน ช่วยให้เกิดการพัฒนายั่งยืน

ในฐานะกรรมการสมาพันธ์ฯ ได้นำองค์ความรู้เหล่านี้ถ่ายทอดให้แก่ SMEs ทั้งการอบรมและศึกษาดูงานนอกพื้นที่ โดยยึดแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อขับเคลื่อน SMEs ต่อไป

“ส่วนตัวพี่มีความชำนาญเรื่องการบริหารจัดการการออกแบบ และบัญชี การให้ความรู้กับชาวบ้านนั้นช่วยเสริมสร้างภูมิปัญญาทางบัญชี รับรู้รายรับรายจ่าย ต้นทุน การออม สร้างวิถีสู่อนาคต” พี่ฮุ้ง กล่าว

“ประโยชน์จากการทำเกษตรในรูปแบบทฤษฎีใหม่ มีความมั่นคงทางด้านอาหาร พออยู่พอกินเลี้ยงตนได้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัดสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อยา่งคุ้มค่าเป็นแนวทางการเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง ผสมผสานการปลูกพืช เลี้ยงชีพ และประมงไว้ด้วยกัน ช่วยให้เกิดการพัฒนายั่งยืน”