เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 63 เวลา 13.30 น. ให้การต้อนรับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.อ.จตุพร กลัมพสุต ผอ.สำนักงานข่าวกรอง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ในงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชนถึงผลการปฏิบัติการตามยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด จำนวน 2 คดีสำคัญ

โดยคดีแรกเจ้าหน้าที่กำลังร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย สภ.มูโนะ ฉก.นราธิวาส 30 และศูนย์ปฏิบัติการยาเสพติด อ.สุไหงโก-ลกได้ทำการจับกุมตัว 2 ผู้ต้องหาขนยาเสพติด ได้แก่ ยาไอซ์ที่บรรจุใส่ไว้ในกระสอบ จำนวน 35 กระสอบ น้ำหนัก 1,425 กิโลกรัม ที่บรรทุกมากับรถยนต์บรรทุก 18 ล้อ โดยมีผ้าใบกันฝนปิดทับเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ขณะขนย้าย สำหรับยาไอซ์ล็อตใหญ่นี้เมื่อส่งผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จะมีมูลค่ากว่า 427 ล้านบาท

ส่วนคดีที่ 2 ชุดจับกุมปราบปรามยาเสพติดร่วมจับกุมนายวันอาสลัน แวมูซอ สมาชิกสภาเทศบาล ต.แว้ง อ.แว้ง พร้อมพวกรวม 7 คน ซึ่งภายหลังถูกจับทั้งหมดรับสารภาพว่าทำหน้าที่สั่งการ รับติดต่อ รับลำเลียง พักยา ฝังกลบและเผาทำลายยาเสพติด


พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. กล่าวว่า หลังจากเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดต้องชะลอสินค้าเป็นจำนวนมาก เมื่อมีการปลดล็อคทำให้ต้องรีบส่งของที่ถูกอั้นมานานหลายเดือน ส่วนกลุ่มนายทุนตอนนี้อยู่ระหว่างการขยายผลสู่ตัวการใหญ่ที่ทราบเบาะแสแล้ว โดยต้นทางมาจากทางภาคเหนือ อีกทั้งยังถือเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกล่าวทิ้งท้าย พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้ฝากชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกนาย ปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เน้นย้ำขยายผลให้ถึงที่สุด โดยเฉพาะผู้สั่งการ หรือคนเบื้องหลังของการกระทำผิดในครั้งนี้ครับ