29 มิ.ย.2563 เวลา 10.00 น. พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยพล.ต.ท. ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.อ. จตุพร กลัมพสุต ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. นาย พงศธร ธรรมชาติ ผู้อำนวยการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 9, พลตำรวจตรี ดุษฎี ชูสังกิจ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า นาย ไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญพื้นที่ภาคใต้ โดยประสานการทำงานร่วมกันระหว่าง 4 หน่วย ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ ปปส. สามารถจับกุมเครือข่ายผู้ต้องหานักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ได้ทั้งหมด 3 คน คือ นายกอเซ็ง เจะหะ ,นายมะดิง รูเป๊ะ และนายยูโซ๊ะ กามา พร้อมของกลางยาไอซ์ 250 กิโลกรัม ขยายผลตรวจยึกของกลาง รถบรรทุก รถยนต์ รถจักรยานยนต์ อีกกว่า 20 รายการ รวมของกลางมูลค่านับร้อยล้านบาท

พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า การจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดน ได้ในครั้งนี้ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติดได้มูลค่าจำนวนมาก เป็นความสำเร็จของการทำงานร่วมกันระหว่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 9 และอีกหลายหน่วยงานในพื้นที่ ตลอดระนะเวลาที่ผ่านมา กองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้แก้ไขปัญหา ยาเสพติดในพื้นที่ ด้วยการมุ่งเน้นใช้มาตรการทางกฎหมาย สำหรับผู้ค้า และมาตรการทางสังคมสำหรับผู้เสพที่ต้องเข้า สู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูอย่างจริงจัง ตลอดจนเน้นการแก้ไขปัญหาตามแนวทางสันติ ให้อภัย ใช้บทบาทของศาสนาในการลดปัญหายาเสพติด และยังคงเข้มข้นในการป้องกันและปราบปราม เพื่อให้ยาเสพติดหมดไปจากพื้นที่ และคลายทุกข์ให้กับประชาชน ยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ให้หมดสิ้นไป รวมถึงมาตรการทางกฎหมายกับผู้ค้ารายใหญ่ จนนำไปสู่การยึดทรัพย์ ควบคู่กับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติด โดยจัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนเข้าพบปะผู้นำสี่เสาหลักเพื่อขอความร่วมมือในการชักชวนผู้ติดสารเสพติดเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพอย่างต่อเนื่อง หากพี่น้องประชาชนมีเบาะแสยาเสพติด หรือผู้ต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร 061-173-2999 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านพล.ต.ท. ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า การจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือ บูรณาการด้านการข่าว โดยประสานงานกับกองทัพภาคที่ 4 วางแผนเข้าจับกุม ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เคยต้องโทษในคดียาเสพติด โดยรู้จักกันในเรือนจำสงขลาและเพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียง 5 ปี และเมื่อออกจากเรือนจำก็ยังมีการกระทำความผิดซ้ำ
จากนี้จะได้ขยายผลยึดทรัพย์ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ขณะที่ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ดูแลการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่ผ่านกระบวนการบำบัดรักษา ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ด้วยการส่งเสริมสร้างอาชีพ โดยศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะทำหน้าที่ดูแลลูกหลานอย่างดีที่สุด ตามเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี และแม่ทัพภาคที่ 4

ทั้งนี้ การจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้ในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการกลุ่มดังกล่าว เป็นกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับเครือข่ายกลุ่มนักค้ายาเสพติดทางภาคใต้ ที่เจ้าหน้าเฝ้าติดตามอยู่ ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมามีสถานการณ์โควิด 19 ระบาด มีการออกมาตรการ ล๊อกดาว์นพื้นที่ ปิดด่านพรมแดนระหว่างประเทศของรัฐบาล ทำให้การเคลื่อนย้ายขนส่งทำได้ยาก มีการใช้การขนส่งยาเสพติดทางระบบโลจิสติกส์แทน และเมื่อมีการผ่อนปรน คลายล็อค การขนส่งเดินทางสะดวกขึ้น ทำให้เครือข่ายเริ่มขนส่งลำเลียงยาเสพติดส่งต่อไปยังประเทศที่ 3
📌โดยเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 63 เวลา 22.30 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย จับกุม นายกอเซ็ง เจะหะ อยู่บ้านเลขที่ 17 ม.1 ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จ.ยะลา พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1. (ยาไอซ์) น้ำหนัก 250 กิโลกรัม ได้ที่บริเวณด่านตรวจความมั่นคงบ้านควนมีด ต.คลองเปียะ อ.จะนะ จ.สงขลาขณะที่ ขับรถบรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70 – 1693 ยะลา พร้อมซุกซ่อนยาไอซ์บริเวณกระบะท้าย ผ่านด่านตรวจความมั่นคงบ้านควนมีด เจ้าหน้าที่ได้เรียกตรวจ พบถุงปุ๋ยสีขาวจำนวน 12 กระสอบ บรรจุยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัม จึงควบคุมตัว สอบสวนขยายผล โดยนายกอเซ็ง ให้การยอมรับว่าไอซ์ดังกล่าวเป็นของตน และมีนายมะดิง รูเป๊ะ เป็นผู้ว่าจ้าง โดยไปรับยาไอซ์ มาจาก อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่จึงขยายผล จับกุม นายมะดิง รูเป๊ะ ขณะกำลังจะหลบหนีได้บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 16/5 ม.4 ต.มูโนะ อ.สุไหงโก – ลก จ.นราธิวาส เมื่อ.. หลังจากจับกุมได้ทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านภรรยาคนที่ 1 ของนายมะดิงฯ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติมจึงได้ทำการตรวจสอบเก็บข้อมูลหลักฐาน ที่เกี่ยวข้อง และตรวจยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ จำนวน 5 รายการ ประกอบด้วย
🔸 1. รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน กจ 1434 นราธิวาส จำนวน 1 คัน
🔸 2. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้าแจ๊ส สีดำ หมายเลขทะเบียน 8 กด 4051 นราธิวาส จำนวน 1 คัน
🔸 3. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 4 บัญชี
🔸 4. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง
🔸 5. สร้อยข้อมือลักษณะคล้ายทองคำ จำนวน 2 เส้น โดยนายมะดิง ได้ให้การซักทอดว่า เป็นผู้ติดต่อนัดหมายกับผู้รับของ ที่เรียกว่า บาบอ ทราบชื่อภายหลังคือ นายยูโซ๊ะ กามา โดยนัดหมายรับยาเสพติดกันบริเวณแยกลำพู อ.เมือง จ.นราธิวาส ต่อมาในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 27 ก.ค. เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมนายยูโซ๊ะได้ในขณะที่มารับยาเสพติดในบริเวณดังกล่าว โดยนำตัวไปตรวจค้นบริเวณบ้านพัก เลขที่ 70 ม.5 ต.ลำพู อ.เมือง จ.นราธิวาส พบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม จึงได้ตรวจยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบหนึ่งรายการ คือ รถยนต์มิตซุบิชิ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆก 4139 กทม.


📌นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนขยายผล เข้าตรวจค้นบ้านพักไม่มีเลขที่ ในพื้นที่ ม.1 ต.นานาค อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านภรรยาคนที่ 2 ของนายมะดิงฯ เก็บข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องและเข้าตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ จำนวน 6 รายการ ประกอบด้วย
🔹 1. รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน
🔹 2. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง
🔹 3. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 3 บัญชี
🔹 4. โฉนดที่ดิน จำนวน 1 ฉบับ
🔹 5. อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. ยี่ห้อ CZ Compact (ไม่มีทะเบียน) จำนวน 1 กระบอก
🔹 6. เครื่องกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 6 นัด
ในวันเดียวกัน เวลา 06.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 36/4 ม.1 ต.นานาค อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านของ นางสาว นุรซุรีซาฯ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม จึงได้ทำการตรวจสอบเก็บข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องและเข้าตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ


จำนวน 7 รายการ ประกอบด้วย
🔸 1. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีเทาแดง หมายเลขทะเบียน 1 กฐ 3361 นราธิวาส จำนวน 1 คัน
🔸 2. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 คัน
🔸 3. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีเขียว หมายเลขทะเบียน 1 กฎ 674 นราธิวาส จำนวน 1 คัน
🔸 4. รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บจ 4064 นราธิวาส
🔸 5. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้าแอคคอร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน 6361 สงขลา
🔸 6. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซุบิชิ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กจ 7487 นราธิวาส
🔸 7. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 2 บัญชี

📝 พฤติการณ์กลุ่มนักค้ายาเสพติดกลุ่มนี้จะใช้รถบรรทุกขึ้นไปรับยาเสพติดและลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ปริมณฑลเพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยรับค่าจ้างครั้งละ 1 ล้านบาท จากการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 สามารถขยายผลนำไปสู่การยึดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท โดยมีทั้งรถยนต์ รถบรรทุก โฉนดที่ดิน ทองคำ โดยหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบการได้มาซึ่งทรัพย์สินและขยายผลเส้นทางการเงินของกลุ่มนี้ต่อไป

ปทิตตา หนูสันทัด ผู้สื่อข่าวนราธิวาส