วันนี้ (25 มิถุนายน 2563 ) เวลา 09.45 น. พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย นาวาเอกหญิง อุบลวรรณ รุดดิษฐ์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ และคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยกองทัพเรือในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ และ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิก ณ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยมี นาวาเอก อภิชาต ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธินและผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ให้โอวาทแก่กำลังพล พร้อมทั้งขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง และให้ปฏิบัติต่อพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ให้เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน รวมถึงให้กำลังพลอย่าได้เสียขวัญและมีกำลังใจในการปฏิบัติงาน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ และหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอย่างสม่ำเสมอ โดยทั้งสองหน่วยถือเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญหน่วยหนึ่งของกองทัพเรือในการดูแลความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน เป็นหน่วยที่ต้องใกล้ชิดประชาชนอีกทั้งยังปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย ในวาระเกษียณอายุราชการ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า
“เราเป็นนักการทหารต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอและต้องละวางได้และเชื่อว่าสิ่งที่ผู้บัญชาการได้มอบนโยบายและวางแนวทางให้ ตลอดระยะเวลา 1 ปี 8 เดือนที่ผ่านมา หากพวกเรายึดมั่นปฏิบัติต่อไปจะเป็นผลดีต่อไปในภายภาคหน้า”

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือได้เดินทางต่อไปยัง กรมทหารพรานนาวิกโยธิน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เพื่อบำรุงขวัญกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ โดยมีนาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผู้บังคับการกรมทหารพรานนาวิกโยธิน ให้การต้อนรับ ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวกับกำลังพลในหน่วยเฉพพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน ความว่า

” เพื่อนทหารพรานนาวิกโยธินกองทัพเรือที่รักทุกนาย เป็นอีกวาระหนึ่งที่ได้มาเยี่ยมเยียน ทุกครั้งที่ได้มาได้เห็นความเติบโตของหน่วยนี้มาโดยตลอด ได้เห็นความเติบโตของพวกเรา เห็นความแข็งแกร่งของพวกเรามาโดยลำดับ นับตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งหน่วยในปี 2558 จนปัจจุบัน มีผลงานเป็นที่ปรากฎ และชื่นชมของประชาชนตามที่มุ่งหวัง เป็นหน่วยที่สร้างชื่อเสียงให้กับกองทัพเรือ ผมได้เห็นพวกเราเติบโตอย่างเข้มแข็งมีความรู้ความสามารถ ก็ดีใจ ขอให้จงภาคภูมิใจ ก่อนที่จะเข้ามาเยี่ยมหน่วย ในวันนี้ได้มีโอกาสพบเพื่อนทหารพรานของเราที่เคยได้รับบาดเจ็บ สีหน้าแววตาที่บ่งบอกไม่ได้มีความท้อถอยหวาดกลัว แต่ประการใด กลับมุ่งมั่น ที่จะเข้าสู่หน่วยจับปืนทะเบียนต่อไปเพื่ออุดมการณ์ ขอให้ทุกคนจงรักษาความดีเอาไว้หากทำได้เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆโดยยึดนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือเป็นหลักเป็นแนวทางก็คือ สิ่งที่เราเผชิญไม่ใช่อริราชศัตรู แต่เป็นพี่น้องประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่หลงผิดไป ขอให้ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างที่น้องและเอาเขากลับคืนบ้าน และมีอุดมการณ์ชาติต่อไปในภายภาคหน้าหากทำเช่นนี้ก็เชื่อได้ว่าเราจะมีใครชนะอย่างมั่นคงถาวรสืบไป


โอกาสนี้นอกจากมาเยี่ยมเยียนแล้วอีกประการหนึ่งก็คือเป็นธรรมดาทางราชการ ถึงจุดๆหนึ่งก็ต้องอำลาชีวิตราชการเช่นเดียวกันผมรับราชการมาครบเกษียณอายุราชการก็มาพวกเราด้วยความระลึกถึงคุณงามความดีและถือว่าเป็นเพื่อนช่วยรบเคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกันถึงแม้ว่าไม่ได้อยู่ที่นี่แต่ใจยังคงคิดถึงกันอยู่เสมอสัมผัสได้ด้วยจิตวิญญาณของนักรบก็ขออำลา เวลาไปเป็นทหารอย่างที่ นาวิกโยธินบอก เป็น นย.สักครั้งไซร้จักฝังฤทัยจนวายปราณ ถึงจะเยี่ยมอำลาไปแต่ว่าจะระลึกถึงกันอยู่เสมออีก 3 เดือน จะครบเกษียณแล้ว ขอให้ทุกคนระลึกถึงและประพฤติปฏิบัติที่ผมได้มอบนโยบายเอาไว้ให้จงจำและขยายผลประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ต่อไปในภายภาคหน้า”

ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ และจะครบเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2563 พลเรือเอก ลือชัย ได้มุ่งเน้นการพัฒนา 3 องค์ 1 ด้าน ประกอบด้วย องค์บุคคล : จิตใจที่เข้มแข็งและดีงาม ล้วนอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์ องค์วัตถุ : กำลังรบต้องมีขีดความสามารถสมบูรณ์ในตัวเอง Expeditionary Force องค์ยุทธวิธี : สปิริต นักรบชาวเรือ และ ด้านการบริหารจัดการ : พัฒนาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย พัฒนาที่ยังยืน และสร้าง โอกาสการพัฒนาแก่กองทัพเรือมากขึ้น โดยในปี งบประมาณ2563 ผู้บัญชาการทหารเรือได้ กำหนดหัวข้อนโยบายสำคัญเพื่อนำกองทัพเรือไปสู่ “ขั้นรุกคืบหน้า สถาปนาความมั่นคง” (Moveing Forward to Ensure Sustainability : MFESF) โดยอยู่บนหลักคิดพื้นฐานที่ว่า “ที่มีอยู่ต้องรักษาให้อยู่ แล้วพัฒนาต่อไป” ให้สอดคล้องกับยุคของการรบและการทำงานที่ต้องอาศัยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์อย่างกว้างขวาง โดยผู้บัญชาการทหารเรือ เชื่อมั่นว่า การไหลเวียนทั้งองค์บุคคล องค์วัตถุองค์ยุทธวิธี กองทุน เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลัง และโอกาสการพัฒนาอันกว้างไกลให้กับการเติบโตของกองทัพเรือต่อไป ดั่ง “แม่น้ำสายใหญ่ไม่ปฏิเสธให้สายธารเล็ก ๆ ไหลเข้าร่วม จึงจะมีน้ำมากได้” และขอให้กำลังพลของกองทัพเรือทุกนายเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ใช้ความพยายามร่วมกัน คอยอำนวยความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ร่วมกันหว่านเมล็ดพันธุ์ ร่วมกันรับความสำเร็จแห่งการพัฒนา เพื่อให้กำลังพลกองทัพเรือ มีความสุขและประเทศชาติมีความดีงามมากยิ่งขึ้น

กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ