ชาวบ้านที่ จ.สตูล โดยเฉพาะชาวไทยมุสลิม ที่เดินทางไปละหมาดที่มัสยิดมำบัง มัสยิดกลางประจำจังหวัดสตูล ต่างพากันตกใจ หลังเห็นต้นไม้ของพ่อหลวง ที่ทรงปลูกต้นราชพฤกษ์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2518 (โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช) ในรัชกาลที่ 9 ในครั้งเสด็จมาทรงเปิดมัสยิดมำบัง ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล ได้ถูกตัดจนเหลือแต่ตอ รวมทั้งต้นไม้ของแม่หลวงซึ่งอยู่ตรงข้ามกันก็ถูกตัดลานกิ่งจนโล้นเหลือแต่ตอ

สร้างความตกใจและเศร้าใจต่างถามถึงเหตุผลในการตัดต้นไม้ในครั้งนี้ ซึ่งดูแล้วไม่ได้งดงามหรือกลับมาน่ามองอย่างที่คิด โดยหลายคนกังวลว่าต้นไม้ที่ถูกตัดจนเหลือแต่ตออาจจะล้มตายได้ เนื่องจากการตัดแต่งกิ่งไม้มีภาพบางกิ่งก้านเนื้อไม้ถูกฉีกออกในต้นไม้ของแม่หลวงรัชกาลที่ 9 ส่วนต้นไม้ของพ่อหลวงถูกตัดออกเหลือแต่ตอจนหน้าเศร้าใจ

ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันเสียดาย และเสียใจ เพราะต้นไม้ต้นนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนสตูล และเป็นความภาคภูมิใจที่ครั้งหนึ่งพระองค์เคยเสด็จมา จ.สตูล ณ ที่แห่งนี้

นายสมบัติ เจริญขวัญ ชาวบ้านภาคพลเมืองในตำบลพิมาน อ.เมืองสตูล หนึ่งในบุคคลที่ติดตามสถานที่ทรงปลูกและต้นไม้ทรงปลูกในสถานที่ต่าง ๆ ยอมรับว่า หลังมาเห็นยอมรับว่าพูดไม่ออกทำไมถึงได้ตัดต้นไม้เหลือแต่ตอขนาดนี้ เพราะต้นไม้นี้คือความภาคภูมิใจของชาวสตูล ที่พระองค์ทรงมาปลูกไว้ และก็อยากทราบเหตุผลว่าทำไมถึงต้องตัดกันแบบนี้

ขณะที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า การจะตัดต้นไม้ควรต้องมีการตั้งกรรมการเห็นชอบถึงจะตัดได้ การตัดน่าจะมีทักษะการตัดมากกว่านี้ ตัดต้นไม้ของพ่อทั้งที่มีรั้วรอบขอบชิด และมีป้ายบ่งบอกถึงความสำคัญของต้นไม้นี้ ในขณะที่ต้นสาเกกลับไม่ถูกตัด สิ่งที่ในหลวงปลูกไว้ มีคุณค่าต่อจิตใจคนสตูลอย่างสูง ชาวบ้านกลัวต้นไม้จะบอบช้ำ เเละ ตายลงได้

ด้านนายยูโสบ สลาม อิหม่ามประจำมัสยิดมำบัง ได้ชี้แจงกับเหตุที่เกิดขึ้นกับต้นไม้ของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า เจ้าหน้าที่นักการภาคโรงมีหน้าที่ทำความสะอาด ข้างบนมัสยิดและรอบ ๆ มัสยิด ประกอบกับช่วงนี้มีอากาศแปรปรวนมีฝนและลมแรงโดยไม่ได้นึกถึงความสำคัญของต้นไม้แต่อย่างใด คิดแต่ว่าต้นไม้อาจจะไปทับนู่นทับนี่ โดยไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่นเพราะเขาก็เป็นคนไทย เคารพในพระเจ้าอยู่หัวฯ แต่ด้วยความบกพร่องโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เรียกประชุมคณะกรรมการหารือในเรื่องนี้มาหนึ่งนัดแล้ว โดยหลายฝ่ายขอให้ประชุมและเร่งออกมติ โดยจะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการมัสยิดอีกครั้ง และเร่งสรุปแจ้งไปยังประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด สำหรับคนที่ทำเป็นคณะกรรมการมัสยิดและเป็นนักการภารโรงด้วยมีหน้าที่ดูแลในเรื่องนี้ โดยตัวกรรมการคนดังกล่าวซึ่งเป็นทั้งนักการภารโรคด้วยเองก็ไม่ได้นึกถึงว่าจะมีเหตุใหญ่โตแบบนี้ ไม่ได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น ๆ ตอนนี้สั่งให้เร่งใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้โตกลับมาเหมือนเดิม ยืนยันว่าต้นไม้ไม่ตายและต้องกลับมาฟื้นใหม่ แต่อาจดูโล้นไปหน่อย

อุดมลักษณ์ แสงบัว//สตูล