วันที่ 7 มิถุนายน 2563 ที่ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา พล.ร.ต.สุรนันท์ แสงรัตนกูล รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 และรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ได้จับกุมเรือประมงอวนลากเดี่ยวสัญชาติเวียดนาม ซึ่งได้ล่วงล้ำเข้ามาทำการประมงในน่านน้ำไทย โดยจับได้ที่บริเวณแบริ่ง 070 ระยะทาง 152 ไมล์ จากทุ่นไฟปากร่องสงขลา จึงควบคุมเรือพร้อมลูกเรือ 6 คน ขึ้นฝั่ง

ซึ่งทันทีที่ลูกเรือเดินทางมาถึงทีมแพทย์ทหารเรือได้ตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมกับตั้ง 3 ข้อ

1. ร่วมกันทำการประมงพาณิชย์โดยไม่มีใบรับอนุญาตทำการประมง (พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.๒๕๕๘ มาตรา ๓๖ ประกอบมาตรา ๑๒๙ วรรคสอง)​

2. ทำการประมงในเขตการประมงไทยโดยทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมเรือ โดยไม่ได้รับอนุญาต (พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.๒๔๘๒ มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง (๑) ประกอบมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง) และเป็นคนต่างด้าวร่วมกันทำหน้าที่เป็นลูกเรือในเรือประมงโดยไม่ได้รับอนุญาต (พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.๒๔๘๒ มาตรา ๕ ทวิ มาตรา ๑๑ ทวิ) ก่อนที่จะส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ พล.ร.ต.สุรนันท์ แสงรัตนกูล เปิดเผยว่า ในปี 2563 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเรือประมงที่ได้ลุกล้ำน่านน้ำประเทศไทยได้ จำนวน 11 ครั้ง ตรวจยึดเรือได้ทั้งหมด 21 ลำ โดยได้รับความร่วมมือ จากพี่น้องชาวประมงที่แจ้งเบาะแสของเรือที่กระทำความผิด

และขอให้ความมั่นใจกับชาวประมงไทยว่า ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 จะปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างเต็มความสามารถ เพื่อรักษาให้ทรัพยากรของประเทศไทย คงอยู่กับลูกหลานของคนไทยต่อไป