7 มิ.ย.63 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2)​ พร้อมด้วยนายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้ช่วยดำเนินงานประธานรัฐสภา(นายชวน หลีกภัย)​ ลงพื้นที่ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ร่วมกับผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ในพื้นที่เพื่อมอบถุงยังชีพ ให้แก่พี่น้องประชาชนทั้ง 9 หมู่บ้านในตำบลเกาะยอ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า 2019(COVID-19) พร้อมเยี่ยมและมอบถุงยังชีพให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน

โดยถุงยังชีพที่นำมามอบนี้ นายนิพนธ์ เผยว่า ได้มีภาคเอกชน ภาคธุรกิจต่างๆ นำมาร่วมสมทบ โดยให้ตนเป็นสื่อกลางนำไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยไม่ได้จัดซื้อจากหน่วยงานราชการแต่อย่างใด ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบ 4 เดือนที่เกิดการแพร่ระบาดไวรัสฯมา ตนและทีมงาน ได้นำไปมอบให้ประชาชนในทุกพื้นที่ทั้งภาคใต้ ภาคเหนือแล้วกว่า 80,000 ชุด และมีกำหนดจะนำถุงชีพนี้ให้แก่ชาวจังหวัดสตูลในสัปดาห์หน้า และนำไปมอบให้พี่น้องชาวอีสานในสัปดาห์ต่อไป

สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ รมช.มท. และคณะ ได้นำถุงยังชีพมากกว่า 1,500 ชุด โดยจะการแจกจ่ายเป็น 2 วัน (6-มิ.ย.)​ให้พี่น้องชาวเกาะยอที่ได้รับความเดือดร้อน รวมถึงผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ตลอดจนต้องการให้นำสิ่งของจำเป็นเบื้องต้นสำหรับการดำรงชีวิตเช่น ข้าวสาร ปลากระป๋อง มามอบให้แก่พี่น้องอสม. ที่เสียสละเวลาส่วนตัว ปฏิบัติงานเพื่อดูแลสุขภาพและปกป้องชีวิตให้แก่พี่น้องชาวตำบลเกาะยอ

“ขอขอบคุณพี่น้อง อสม. ผู้บริหารองค์ปกครองท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ สารวัตร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ทุกท่าน ที่ได้ปฏิบัติงานด้วยความวิริยะ อุสาหะ จนทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสฯของไทยคลายความรุนแรงลงไปจนได้รับการชื่นชมจากทั่วโลก ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกส่วนฝ่ายที่ได้ช่วยกันดูแลความปลอดภัย การป้องกันความเสี่ยงการแพร่ระบาดต่างๆ เป็นความร่วมมือของทุกฝ่ายอย่างจริงจัง ทั้งภาครัฐและภาคประชาชน จึงทำให้เกิดผลที่น่าประทับใจ”

อย่างไรก็ตาม การนำสิ่งของจำเป็นบรรจุในถุงยังชีพ ยังเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องถึงแม้สถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลายไปในทางที่ดีแล้วก็ตาม แต่ความเดือดร้อนจากการขาดรายได้ยังคงอยู่ การมอบถุงยังชีพในทุกพื้นที่ที่ไปนั้น ต้องการบอกให้แก่พี่น้องประชาชนทราบว่าจะไม่มีการทอดทิ้งประชาชนในยามยากลำบาก และขอให้ทุกท่านได้มีกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป และขอให้อดทนไปอีกระยะหนึ่ง คาดว่าอีกประมาณหนึ่งเดือนสถานการณ์ต่างๆคงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ