คลองสำโรง” หรือที่เรียกกันติดปากว่า คลองเก้าเส้ง ในอดีตเป็นคลองที่มีความสำคัญใช้สำหรับเป็นทางสัญจรทางเรือ เชื่อมระหว่างทะเลสาบสงขลากับทะเลอ่าวไทย โดยมีความยาวตลอดลำคลองประมาณ 5 กิโลเมตร ไหลผ่านชุมชนต่างๆ มาออกทะเลฝั่งอ่าวไทยบริเวณชุมชนเก้าเส้ง ซึ่งนอกจาก​เป็นทางสัญจรทางเรือที่สำคัญในอดีตแล้ว คลองสำโรงยังเป็นคลองที่กั้นระหว่างเขตเทศบาลนครสงขลาและเทศบาลเมืองเขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลาอีกด้วย 

แต่ปัจจุบันคลองมีสภาพเสื่อมโทรมเนื่องจากเกิดปัญหาความแออัดภายในชุมชนทั้ง 2 ฝั่งคลอง และในตัวเมือสงขลาที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในทางกลับกัน “จิตสำนึก” ของคนในชุมชนที่อาศัยอยู่ริมคลองทั้ง 2 ฝั่ง ไม่ได้เพิ่มตามจำนวนคนที่มากขึ้น

ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาทางเทศบาลนครสงขลาจังหวัดสงขลา และภาคประชาชนจะออกมารณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับคนในชุมชนมาช่วยกันฟื้นฟูรักษาคลองสำโรง แต่ที่ผ่านมาการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้กับคนในชุมชนตลอด 2 ฝั่งคลองประสบความล้มเหลว ไม่มีหน่วยงานไหนที่สามารถปลูกจิตสำนึกให้กับคนที่อาศัยอยู่ริมคลองมาช่วยกันฟื้นฟูและรักษาคลองสำโรงได้สำเร็จ มีแต่จะช่วยกันทิ้งเพิ่มจำนวนขยะในคลองจึงทำให้คลองสำโรงในปัจจุบันมีสภาพน้ำเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือนร้อนให้กับคนทั่วไปโดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ริมคลอง ที่ต้องทนกับสภาพกลิ่นน้ำเน่าเหม็น

ล่าสุด นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณปากคลองสำโรงในพื้นที่ชุมชนเก้าเส้ง เขตเทศบาลนครสงขลา หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ได้รับความเดือนร้อนต้องทนอยู่กับสภาพกลิ่นเหม็น

ซึ่งพบว่าบริเวณปากคลองมีกองทรายซึ่งถูกคลื่นพัดมาถมปิดปากคลองเอาไว้ ทำให้คลองสำโรงเป็นเหมือนแอ่งน้ำขัง น้ำในคลองไม่สามารถไหลเชื่อมต่อกับสู่ทะเลตามธรรมชาติได้

โดยเบื้องต้นนายนิพนธ์ ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของชาวบ้านก่อน โดยนำเครื่องจักรมาขุดทรายออกเปิดปากคลองเพื่อให้คลองสำโรงกับทะเลเชื่อมต่อกันตามธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้สภาพน้ำในคลองสำโรงดีขึ้น คนในชุมชนเก้าเส้งที่อาศัยอยู่ปากคลองซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาชีพทำประมงพื้นบ้านสามารถนำเรือเข้ามาจอดในคลองได้ และเมื่อคลองเชื่อมต่อกับทะเลบริเวณปากคลองจะมีปลาจากทะเลเข้ามาซึ่งชาวประมงสามารถทอดแหหาปลากระบอก บริเวณปากคลองได้โดยที่ไม่ต้องออกทะเล 

นายพิทยา ชูศรี ชาวบ้านในชุมชนและอดีตเลขาฯ กลุ่มรักษ์และฟื้นฟูคลองสำโรง กล่าวว่า อดีตคลองสำโรงมีความสำคัญ แต่ปัจจุบันประสบปัญหาน้ำเน่าเสียมาอย่างยาวนาน ซึ่งที่ผ่านมาอาศัยวิธีการทางธรรมชาติบำบัด ที่ชาวบ้านเรียกกันว่าปรากฎการณ์ “ว๊ะแตก”  ซึ่งจะเกิดขึ้นช่วงมรสุมในทะเลอ่าวไทยน้ำเค็มจะหนุนเข้ามาในคลองทำให้เกิดการเจือจางของน้ำเสียในคลองสำโรง

ขณะเดียวกันในช่วงที่ทะเลไม่มีมรสุมน้ำทะเลลดหรือคลื่นจะพัดทรายเข้ามากองปิดปากคลองทำให้น้ำไม่สามารถไหลตามธรรมชาติได้ ที่ผ่านมาทางเทศบาลนครสงขลาและอบจ.สงขลา ได้ลงมาช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน โดยนำรถแบ็คโฮมาขุดทรายออกเพื่อเปิดปากคลองให้เชื่อมกับทะเล ขณะที่ขยะในคลองทางเทศบาลนครสงขลาได้ดำเนินการติดตั้งจุดดักขยะเพื่อป้องกันลงสู่ทะเลอีกทางหนึ่งด้วย

ในฐานะที่เป็นคนในชุมชนและได้ศึกษาเรื่องคลองสำโรงมาหลายยาวนาน ต้องขอบคุณนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ที่ได้ลงมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในชุมชน และเห็นด้วยอย่างยิ่งในเรื่องของการเปิดปากคลองสำโรง เพราะจะทำให้น้ำในคลองมีการไหลเวียนได้ตลอด ทำให้ไม่เกิดการเน่าเสีย เพราะโดยธรรมชาติของทะเลมันจะบำบัดกันเอง ดังนั้นการเปิดปากคลองสำโรงถือเป็นการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องในชุมชนได้เป็นอย่างมากนายพิทยา กล่าว 

ด้าน ตัวแทนคนในชุมชน เปิดเผยว่า ขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ช่วยทำให้น้ำในคลองไหลจนน้ำในคลองมีสภาพดีขึ้น ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่อย่างน้อยก็ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านก็ดีขึ้น เพราะยุงไม่มี และน้ำไม่เน่าเสียไม่มีกลิ่นเหม็น ชาวประมงสามารถนำเรือเข้ามาจอดภายในคลอง ซึ่งหากว่าสามารถพัฒนาให้ปากคลองเปิดสู่ทะเลอ่าวไทยตลอดปีจะสามารถนำธรรมชาติกลับเข้ามาสู่คลองสำโรงอีกครั้ง

เช่นเดียวกับ ชาวประมงพื้นบ้านที่กำลังนั่งซ่อมแหเพื่อเตรียมความพร้อมในการทอดแหปลากระบอกที่ว่ายน้ำเข้ามาภายในคลอง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่มีการเปิดปากคลองจะมีสัตว์น้ำ เช่น ลูกปลาดุกทะเลตัวเล็กๆ เป็นจำนวนมากว่ายน้ำเข้ามาอาศัยคลองเพื่อหลบปลาใหญ่ในทะเล และมีปลากระบอกเข้ามาซึ่งแต่ละวันสามารถทอดแหปลากระบอกได้วันละ  2-3 กิโลกรัมเป็นรายได้โดยที่ไม่ต้องลงทุนออกเรือไปนอกทะเล

และชาวประมงสามารถนำเรือเข้ามาจอดในคลองเพื่อความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งหากเป็นไปได้อยากจะฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการเปิดปากคลองอย่างถาวร ซึ่งอาจจะทำให้คลองสำโรงมีสภาพดีขึ้นกว่านี้