ผบ.กองกำลังเทพสตรี ตรวจพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลย์ เขตพื้นที่ จ.นราธิวาส เตรียมรับมาเลย์ปลดล็อคดาวน์ประเทศ 9 มิ.ย.นี้

วันนี้ 29 พฤษภาคม 2563 เวลา 14.00 น. ที่ด่านศุลกากร สุไหงโกลก อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส พลตรีศานติ ศกุนตนาค ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 /ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี ประชุมร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รับฟังแนวทางและปัญหาข้อขัดข้อง ของการปฏิบัติงานคัดกรองคนไทยจากมาเลเซียที่เดินทางกลับเข้าประเทศ ผ่านด่านศุลกากรสุไหงโกลก ซึ่งขณะนี้ผ่านมาแล้วกว่า 40 วัน

โดยการประชุมวันนี้ ได้มีการหารือแนวทางการเตรียมพร้อมรับการปลดล็อคประเทศมาเลเซียในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านด่านพรมแดนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการหารือการเตรียมรับมือหากมาเลเซียมีการผลักดันแรงงานต่างด้าวออกนอกประเทศ ซึ่งจะทำให้มีการหลบหนีเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องเร่งเตรียมพร้อมรองรับ เพราะจากสถิติกลุ่มแรงงานต่างด้าวมักเป็นกลุ่มที่มีการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 สูง

พลตรีศานติ ศกุนตนาค ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี กล่าวว่า เรื่องของการเตรียมพร้อมรับการปลดล็อคดาวน์ประเทศของมาเลเซีย กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ทั้งกำลังป้องกันตามแนวชายแดน กำลังรักษาความมั่นคงภายใน พร้อมสนับสนุนทุกส่วนอย่างเต็มที่ โดยใช้แนวทางที่ได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีการเปิดด่าน ตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (Covid-19) สำหรับแรงงานต่างด้าว ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งเตรียมพร้อมรับมือ ทั้งเรื่องของเจ้าหน้าที่ ที่ป้องกันตามแนวชายแดน ซึ่งหลังจากวันที่ 9 มิ.ย.2463 เป็นต้นไป ต้องเพิ่มการลาดตระเวน เฝ้าระวังพื้นที่อย่างเต็มที่ และสิ่งสำคัญคือการป้องกันตนเองจากเชื้อของเจ้าหน้าที่เพราะเป็นด่านแรกที่สัมผัสโดยตรงกับกลุ่มดังกล่าว และจากการได้ประชุมหารือร่วมกันในวันนี้ก็จะได้นำข้อมูลไปรายงานให้แม่ทัพภาคที่ 4 ได้รับทราบอีกครั้ง เพื่อได้เตรียมการรองรับได้อย่างทันท่วงที

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม ชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4407 ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส โดยได้นำความห่วงใยจากแม่ทัพภาคที่ 4 มาเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ดูแลป้องกันแนวชายแดนอย่างเต็มที่ ไม่สร้างเงือนไขให้เกิดความขัดแย้ง และช่วยดูแลรักษาพื้นที่ป่าไม้ซึ่งเป็นพื้นป่าอันอุดมสมบูรณ์ภาคใต้ พร้อมสร้างสัมพันธ์กับกำลังเจ้าหน้าที่ทหารของมาเลเซีย เพื่อประสานการทำงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ก่อนจะเดินทางต่อไปยังเขตแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อพบปะเยี่ยมให้กำลังใจ ประสานสัมพันธ์กับกองพัน RAMD (Royal Malay Regiment) กองร้อยที่ 603 ซึ่งเป็นหน่วยทหารราบของมาเลเซีย ทำหน้าที่ป้องกันตามแนวชายแดนฝั่งประเทศมาเลเซีย เขตรอยต่อกับประเทศไทย โดยมี Brig Gen Zamsari bin Abu Hasan (พลจัตวา ซัมซารี บิน อาบู ฮาซัน) ผบ.พล.น้อย.ร.8 มาเลเซีย ร่วมต้อนรับ พบปะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองกำลังทั้ง 2 ประเทศ


พร้อมกันนี้ พลตรีศานติ ได้นำสิ่งของอุปกรณ์ อาทิ หน้ากากอนามัย สเปรย์แอลกอฮอล์ มอบให้แก่กองพัน RAMD เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส -19 ทั้งนี้ความร่วมมือทางทหารในการดูแลพื้นที่ของไทยและมาเลเซีย ได้ดำเนินมาด้วยดีโดยตลอด หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 คลี่คลาย ก็จะได้ประชุมประสานความร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศต่อไป

จากนั้น ผู้บัญชากองกำลังเทพสตรี ได้ลงตรวจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ยังช่องทางท่าข้ามธรรมชาติ บริเวณบ้านสาวอ ม.8 ต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส เลียบแม่น้ำสุไหงโก-ลก โดยได้เน้นให้มีการบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ ทั้งชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ กำลังทหารพราน เฝ้าระวังในพื้นที่ ตามจุดที่คาดว่าจะใช้เป็นช่องทางลับลอบเข้ามา ซึ่งมีความยาวกว่า 46 กิโลเมตร โดยเฉพาะช่วงหลังวันที่ 9 มิถุนายน ที่คาดจะมีผู้ลักลอบใช้ช่องทางธรรมชาติลักลอบเข้ามาเป็นจำนวนมาก