5 กลยุทธ์สร้างทางรอด SMEs ก้าวผ่านยุคดิสรัปชั่น

“พิชัย จงไพรัตน์” เผย 5 ทางรอด SMEs ในยุค Disruption สร้างโมเดลธุรกิจ แนวคิดทันสมัยเสริมความน่าสนใจวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพสู่ความสำเร็จแข็งแกร่งด้วยพันธมิตร

จากเวทีสัมมนา “Business Model สินค้านวัตกรรม” เพื่อการพัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรม Business Model สินค้านวัตกรรม และการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการเชิงสร้างสรรค์ รวมทั้งการต่อยอดนวัตกรรมโดยกลยุทธ์การตลาด จัดโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ณ โรงแรมบุรีศรีภู บูติก โฮเต็ล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

นายพิชัย จงไพรัตน์ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จ.สงขลา เผยทางรอด SME ในยุค Disruptionและระบบทุนนิยม ที่ไร้การควบคุม “5 ข้อ ที่SMEsต้องทำให้สำเร็จ” ซึ่งปัญหาสำคัญของ SME ไทยในปัจจุบัน เกิดจาก 2 สาเหตุสำคัญ

1. การมาถึงของยุคสมัย “การทำลายล้างอย่างสร้างสรรค์ หรือ Disruption”ที่เริ่มมาพร้อม ๆ กับความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยี Internet และ Smart phone ซึ่งสร้างศักยภาพใหม่ ให้แก่ผู้บริโภค ทั้งทางด้านความรวดเร็วและความสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจำนวนมหาศาลได้ง่าย ๆ

จึงทำให้ผู้บริโภคโดยเฉพาะ Gen X, Y, Z คนที่เกิดตั้งแต่ พ.ศ.2508 จนถึงปัจจุบัน มีมุมมอง วิธีคิดความต้องการที่เปลี่ยนไป จึงส่งผลกระทบกับธุรกิจเดิม ๆ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อาทิ กิจการสื่อได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากการเติบโตของสื่อ
สังคมออนไลน์ Facebook หรือ Youtube จนบางกิจการถึงขั้นต้องปิดตัวลง หรือกิจการ SME ซื้อมาขายไป ที่วันนี้พ่อค้าคนกลางเริ่มถูกตัดตอนออกไปเพราะผู้ผลิต และผู้บริโภคสามารถสื่อสาร ซื้อขายกันได้โดยตรงที่สำคัญคือ กิจการ SMEs ไทย มีคู่แข่งมากขึ้นเพราะลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้จากทั่วโลก ผ่าน E-Marketplace เช่น Alibaba

2. การที่รัฐบาลไทยหลายยุคสมัย เพิกเฉยต่อการกำหนดกติกาควบคุมระบบทุนนิยมการค้าเสรีจึงเป็นเหตุให้บรรดาทุนใหญ่ รุกคืบแย่งชิงช่องทางทำมาหากินของผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคม

การขาดความเอื้อเฟื้อ เห็นอกเห็นใจ นี้ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน จึงยิ่งขยายเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี ข้อนี้เป็นทั้งปัญหา และโอกาสของ SMEsแม้รัฐบาลจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ปรับตัว และแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน แต่นั่นยังไม่เพียงพอ และไม่ทันการณ์ เพราะ SMEs ต้องใช้
เวลาในการจะปรับตัว ย่อมไม่ทันความรวดเร็วของทุนใหญ่ที่ขยายธุรกิจออกไปอย่างกว้างขวาง ทุกพื้นที่

 

ดังนั้นสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จ.สงขลา จึงได้นำเสนอทางรอดสู่ความยั่งยืนของธุรกิจ SMEs ที่ต้องพยายามทำให้สำเร็จเบ็ดเสร็จทั้ง 5 ข้อ
1. Smart Business Model SMEs ต้องมีโมเดลธุรกิจที่ถูกต้อง กล่าวคือ ต้องค้นหาให้เจอกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีศักยภาพ เพื่อส่งมอบคุณค่าที่แตกต่างและตอบโจทย์ ของสินค้าและบริการ เข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้แก่กลุ่มลูกค้านั้น ๆ และลูกค้าก็จะให้ค่าตอบแทนเป็นรายได้กำไรแก่ผู้ประกอบการ

2. Modern ผู้ประกอบการต้องมีแนวคิดที่ทันสมัย พร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลง รู้จักติดตามใช้ประโยชน์จากพลังกระแสหลัก ได้แก่ Mega trend ต่าง ๆ เช่น สังคมผู้สูงอายุ, การใส่ใจสุขภาพ, การท่องเที่ยววิถีชุมชน และที่สำคัญ คือ การปรับตนเองให้เป็น Entrepreneur หรือผู้ประกอบการที่ใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกิจ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน
เช่น Online marketing

3. Brand ธุรกิจจะต้องมีแบรนด์ หรือ Story เรื่องเล่า เพื่อสร้างความแตกต่าง เสน่ห์ความน่าสนใจ โดยต้องพยายามสร้างบุคลิกของสินค้า และบริการ การแสดงออกถึงความสัมพันธ์กับชุมชน และที่สำคัญ ต้องแสวงหาการรับรองสินค้า Certified และบริการจาก
องค์กรที่ได้รับความเชื่อถือ เช่น ถ้าเป็นอาหาร ก็ต้องมี อย., ฮาลาล, GMP เป็นต้น เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในแบรนด์สินค้า และบริการ หรือแบรนด์องค์กร

4. Efficiency ต้องมีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ลดขั้นตอนการทำงาน หรือรายจ่ายที่ไม่จำเป็นสร้างวัฒนธรรมการปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นตลอดเวลา และปลูกฝังแนวคิดทำน้อยได้มาก โดยการใช้การวางแผนงาน และเทคโนโลยีเข้าช่วย

5. Partner หาพันธมิตรธุรกิจ เพื่อช่วยเราผ่อนแรง เติมเต็ม สร้างความแข็งแกร่ง เช่น กิจการ SMEs อาจไม่มีความจำเป้นต้องผลิตสินค้าด้วยตนเองแต่สามารถหาผู้ผลิตที่มีความเชี่ยวชาญในสินค้านั้น ๆ ผลิตแทนเราได้ โดยเรามุ่งมั่นทำเฉพาะในส่วนที่ตนถนัด เช่นการตลาด เป็นต้นทั้งนี้ในปี 2562 สมาพันธ์ฯ จะเร่งดำเนินโครงการเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการทำให้สำเร็จทั้ง 5 เรื่อง

โดยจะแจ้งข่าวสารให้ทราบ ผ่านช่องทาง Line : @smesk ดังนั้น ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มเพื่อนในช่องทางดังกล่าว จะได้ไม่พลาดโครงการต่าง ๆ ของทางสมาพันธ์ฯ