“ตู้เทใจ”​ความห่วงใยจากชาวยะลา​​“ผู้ว่าฯ​ชัยสิทธิ์” ​ชวนประชาชนแบ่งปัน ลดผลกระทบด้านอาหารในยุคโควิด-19​ เผยมั่นใจโควิดป้องกันได้​ แนะพึ่งพาตนเอง​ ส่งเสริมปลูกผัก-เลี้ยงไก่

12​ พ.ค.63 ที่บริเวณหน้าร้านตะกงแกง เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้นำสิ่งของอุปโภค-บริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ปลากระป๋อง ไปใส่ในตู้เทใจ ซึ่งพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครยะลา ได้ตั้งไว้เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้นำสิ่งของมาใส่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19

นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ เผยว่า ตู้เทใจของจังหวัดยะลา เริ่มต้นจากที่ประชาชนที่มีความห่วงใยด้านการอุปโภคและบริโภคในยุคสถานการณ์โควิด-19 โดยมีสิ่งของอะไรก็สามารถนำมาใส่ในตู้เทใจได้
ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดี จริงๆ​ แล้วไม่ได้เริ่มจากภาครัฐ แต่เป็นการริเริ่มของประชาชน ซึ่งตู้เทใจในเขต
จังหวัดยะลา มีอยู่หลายแห่ง ทั้งในเขตอำเภอเมืองและเขตรอบนอก

“ผมเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่พอที่จะจุนเจือแบ่งปันสิ่งของให้กับชาวจังหวัดยะลาที่มีความเดือดร้อนในสถานการณ์โควิด-19 นำสิ่งของมาบริจาคในตู้นี้ได้”​

สำหรับตู้เทใจ เป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 จ.ยะลา ซึ่งตั้งตู้ไว้ให้ผู้ที่มีจิตศรัทธาจะบริจาคสิ่งของสามารถนำ
มาใส่ในตู้ดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและมีความเดือดร้อนจากภาวะวิกฤตภัยโควิด-19 ได้มาหยิบสิ่งของที่อยู่ภายในนำกลับไปไว้รับประทาน

โดยกระจายตู้ไปในหลายพื้นที่ของเขตเมืองยะลา ซึ่งจะมีทั้งข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ไข่ไก่ น้ำดื่ม อินทผาลัม ขนมหวาน

สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 ในจังหวัดยะลา นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ระบุว่า ทางสาธารณสุขจังหวัดยะลาได้ดำเนินการปฏิบัติการ Active Case finding ซึ่งได้เก็บเชื้อตัวอย่างประมาณ 6,000 ตัวอย่าง แล้วส่งตรวจหาเชื้อ ซึ่งเหลืออีกประมาณ 3-4 ร้อยตัวอย่างที่จะต้องเก็บมาตรวจหาเชื้อ

“เมื่อเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อได้ครบแล้ว ก็มีความมั่นใจว่า​ จังหวัดยะลาสามารถแยกผู้ที่มีเชื้อโควิด-19 ออกจากสังคมโดยทั่วไปได้ และสามารถป้องกันให้ประชาชนทั่วไปได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามลำดับ”

อย่างไรก็ตาม​ ก็ต้องรักษามาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโควิด-19 กลับมาระบาดอีก

โดยการดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า บางพื้นที่มีความเดือดร้อนจากการปิดหมู่บ้านเพื่อเก็บตัวอย่าง ทางจังหวัดได้มีการแจกจ่ายถุงยังชีพเพื่อใช้ในระยะเวลา 14 วัน ให้การปิดหมู่บ้านมีผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด ควบคู่กับดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนไปด้วย คือ​ การส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งพาดูแลตนเองได้ทุกสถานการณ์ เช่น ส่งเสริมให้ปลูกผักโตเร็ว เพื่อไว้ใช้เป็นอาหารในแต่ละวัน

พร้อมกันนั้น ก็ยังส่งเสริมให้มีการเลี้ยงไก่ไข่แล้วก็เลี้ยงปลากินพืช จะทำให้ประชาชนในพื้นที่มีอาหารที่จะดูแลตัวเองได้อย่างมั่นคงต่อไป